TAKEO KIKUCHI แบรนด์ชั้นนำชายสัญชาติญี่ปุ่น เปิดตัวสินค้านวัตกรรมใหม่ Polygiene STAY FRESH ชูประสิทธิภาพยับยั้งแบคทีเรีย ถึง 99.5%




ทาเคโอะ คิคูชิ (TAKEO KIKUCHI) แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายยอดนิยมจากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แบรนด์คอนเซ็ปต์ Tokyo Urban ครั้งแรกกับการร่วมงานสหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 23 พบกับเสื้อผ้าราคาพิเศษมากมายได้ตั้งแต่วันนี้ - 30 มิถุนายน 2562 ไบเทค บางนา Hall 100




ทาเคโอะ คิคูชิ ก่อตั้งโดยดีไซน์เนอร์ที่มีเอกลักษณ์เป็นอย่างมากได้ทั้งในด้านดีไซน์และแพทเทริ์น ได้รับการยอมรับและชื่อเสียงอย่างกว้างขวาง โดยคุณทาเคโอะ คิคูชิ เปิดตัวในประเทศญี่ปุ่นมายาวนานถึง 30 ปี สินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับสูงสุด คือสูทที่มาพร้อมกับคุณภาพสูง เรียบหรู ทนทาน และร่วมสมัย ซึ่งปัจจุบัน






ทาเคโอะ คิคูชิ มีสาขามากกว่า 100 สาขาทั่วประเทศญี่ปุ่น, ไต้หวัน 5 สาขา และในประเทศไทยมี 7 สาขา ได้แก่ Central World ชั้น 1 (Flagship Store), Central Chidlom ชั้น 4, Paragon ชั้น 2, Emporium ชั้น 2, Central Ladprao ชั้น 3, Siam Takashimaya ชั้น 3, Zen ชั้น 5 เป็นต้น และตั้งเป้าหมายในการขยายสาขาเพิ่มขึ้นภายในปี 2019 - 2020


โดยนับเป็นครั้งแรกของแบรนด์ทาเคโอะ คิดูชิ ที่ได้เข้ามาร่วมงานงานสหกรุ๊ป แฟร์ ครั้งที่ 23 โดยได้เตรียมความพิเศษ พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่ล่าสุด นำเสนอด้วยนวัตกรรม "Polygieneสุดพิเศษสามารถสวมใส่ได้ทุกฤดูกาล ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่น ด้วยเทคโนโลยีจะช่วยยับยั้งแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ถึง 99.5% ซึ่งทางแบรนด์ก็ได้เล็งเห็นคุณภาพที่จะส่งมอบให้กับผู้บริโภคจึงเพิ่มประสิทธิภาพควบคู่กับกระบวนผลิตให้ได้เนื้อผ้าแบบ Melange Honeycomb ที่มีความยืดหยุ่น สามารถระบายอากาศได้อย่างดี แห้งเร็ว ไม่ยับง่าย สวมใส่สบายตลอดทั้งวัน มีให้เลือกหลากหลายสไตล์เพื่อตอบสนองกับความต้องการในแต่ละวัน ทั้งเสื้อยืด T-Shirt คอกลม, คอวี และเสื้อโปโล คอปก เนื้อดี ด้วยเทคนิคการออกแบบคอปกที่ได้รูปโค้งสวยและเป็นชิ้นเดียวกันกับลำตัว รวมถึงกางเกง ที่สวมใส่สบาย เคลื่อนไหวอย่างอิสระ ไม่ว่าจะใส่เที่ยวหรือทำงานก็ให้ความมั่นได้ว่าสามารถเข้าได้กับทุกลุค Polygiene STAY FRESH ของ TAKEO KIKUCHI ไอเท็มใหม่ที่ต้องแนะนำ


นอกจากนี้แบรนด์ทาเคโอะ คิดูชิ ยังมีสินค้ายอดนิยมอีกมากมาย โดยเอาใจสุภาพบุรุษหลากหลายช่วงอายุ ได้แก่ Dress ในลุคเท่เนี๊ยบ เรียบหรู, City Setter ให้ลุคสนุกขึ้นมาเล็กน้อย แต่ยังคงคาเรกเตอร์หนุ่มเนี๊ยบ ด้วยโทนสีสุภาพ, Casual ลุคสบาย คุมโทนด้วยสีน้ำตาล เบจ เป็นต้น ทั้งนี้ยังมีแบรนด์ที่อยู่ภายใต้ทาเคโอะ คิคูชิ ทั้งหมด 3 แบรนด์ ได้แก่ 40ct & 525 BY TAKEO KIKUCHI, tk.TAKEO KIKUCHI และ UNBUILT TAKEO KIKUCHI ซึ่งยังอยู่ภายใต้แบรนด์คอนเซ็ปต์ Tokyo Urban แต่ให้ความแตกต่างในช่วงอายุของวัย...

OLYMP เสื้อเชิ้ตสุดยอดนวัตกรรมจากเยอรมนี “ที่ไม่ยับ ไม่อับ” ใส่สบายเวอร์ !!!




ยุคนี้ใครจะเสียเวลามานั่งรีดผ้ากันนานๆ ยิ่งประหยัดเวลาในการรีดเท่าไหร่ เราก็มีเวลาเหลือไปทำอย่างอื่น..... OLYMP แบรนด์เสื้อเชิ้ตอันดับ  1 จากประเทศเยอรมนี จึงมาพร้อมนวัตกรรมใหม่ที่โดดเด่น ตอบโจทย์ผู้ชายในยุคนี้อย่างที่สุด!!! ด้วยคอนเซ็ปต์  “Move with Style”



Move แค่ไหนก็ไม่ยับ : นวัตกรรมพิเศษของเนื้อผ้า ที่สามารถคืนตัวจากรอยยับด้วยอุณหภูมิของร่างกาย  เนื้อผ้า 100 % Cotton Non-Iron ทำให้รีดเรียบง่ายและยับยาก หมดปัญหาเรื่องเสื้อยับระหว่างวัน ตอบโจทย์หนุ่มๆที่ไม่ชอบรีดผ้า รีดง่าย ยับยากมีเวลาเหลือไปทำอย่างอื่น



Move แค่ไหนก็ไม่อับ : เรื่องกลิ่นตัวกับเสื้อเชิ้ตมักเป็นปัญหาที่หนุ่มๆกังวล โดยเฉพาะเวลาหลังเลิกงาน ด้วยนวัตกรรมของ OLYMP ทำให้เสื้อเชิ้ตระบายเหงื่อได้เร็ว  หมดปัญหาเรื่องใส่แล้วรู้สึกร้อนไม่สบายตัว หมดปัญหาเรื่องกลิ่นอับ เรียกได้ว่า เสื้อหายใจได้ใส่ไปไหนก็มั่นใจในทุกสถานการณ์

Move แค่ไหนก็ไม่อึดอัด : เนื้อผ้าพิเศษ “Comfort Stretch” รองรับทุกสรีระของการเคลื่อนไหว ทำงานได้คล่องตัว หมดปัญหาเดิมๆที่ใส่เสื้อเชิ้ตแล้วรู้สึกอึดอัด ยกแขนไม่ได้ เคลื่อนไหวไม่สะดวก รับรองว่าใส่สบายจนต้องมีเก็บไว้หลายๆตัวในตู้เสื้อผ้า



เท่านั้นยังไม่พอ!!! ในส่วนของงานดีไซน์ก็ยังใส่ใจรายละเอียด ด้วยลายพิมพ์และดีเทลที่เป็นเอกลักษณ์ เสื้อเชิ้ตทุกตัวถูกออกแบบมาให้มีความทันสมัยเข้ากับเทรนด์ในปัจจุบัน แถมยังมีรางวัลการันตีจาก Men’s Health Style Award ถึง 3 ปีซ้อน (2016-2018) จากผู้อ่านนิตยสาร Men’s Health ในทวีปยุโรป และในปีนี้ยังมีการเปิดตัว “Under Shirt” เสื้อยืดแขนสั้นสำหรับใส่ด้านในเสื้อเชิ้ต ที่จะช่วยเพิ่มความเย็นสบายระดับผิว การันตีด้วย Oeke-Tek Standard 100 ที่นานาชาติมั่นใจในคุณภาพของผิวสัมผัส ที่ไม่มีการระคายเคืองผิวอย่างแน่นอน อยากเท่ ทันสมัย สวมใส่สบาย ไว้ใจ OLYMP”

MORGAN HOMME (มอร์แกน ออม) กับโปรเจกต์พิเศษ Smart Work Project เพื่อผู้ชายคนทำงานรุ่นใหม่ 2019



ผู้ชายในยุคปี 2019 กำลังมาหาเสื้อผ้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีขั้นสุด แบรด์สัญชาติฝรั่งเศสอย่าง MORGAN HOMME (มอร์แกน ออม) จึงมีโปรเจกต์พิเศษ Smart Work Project เพื่อผู้ชายคนทำงานรุ่นใหม่

ผมมีโอกาสได้ไปร่วมงานเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษในครั้งนี้ของแบรนด์ที่ไบเทคบางนา ปีนี้จัดอย่างยิ่งใหญ่มากครับ ความน่าสนใจที่ผมเห็นได้ชัด คือแบรนด์เสื้อผ้าเริ่มมีการปรับตัวด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ที่ผสมผสานการออกแบบได้อย่างลงตัว 

อย่างของแบรนด์ MORGAN HOMME (มอร์แกน ออม) มาด้วยเทคโนโลยีที่ชื่อว่า “WORKTECH” ซึ่งป็นเนื้อผ้าที่ผลิตจากเส้นใยแบบพิเศษ  ผสมการทอแบบ Mechanical Stretch เป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้การทำงานของเราสบายขึ้นด้วย 7 คุณสมบัติ




1.EASY IRON รีดเรียบง่าย ดูแลรักษาง่าย สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความรวดเร็ว 

2.WRINKLE RESISTANT ไม่กลัวยับ จะทำกิจกรรมอะไรก็ทำได้เต็มที่ ไม่ต้องคอยระวังเรื่องลุคว่าจะเยินหรือโทรมเร็ว เนื้อผ้าที่ยับยาก จากเทคนิคการทอเส้นใยแบบพิเศษ ไม่มีการใช้สารเคมีเคลือบผิวผ้า ทำให้คุณสมบัติการยับยากติดอยู่กับตัวผ้าไปตลอดอายุการใช้งาน ไม่ว่าจะซักกี่ครั้งก็ตาม

3.STRETCH เนื้อผ้ายืดได้ ให้คุณขยับร่างกาย เคลื่อนไหวได้เต็มที่ทุกอิริยาบถ รู้สึกสบาย ไม่อึดอัด

4.NONTRANSPARENCY ใส่แล้วไม่โป๊ ด้วยเทคโนโลยีการทอด้วยความละเอียดแบบใหม่ล่าสุด Micro Nova Full Dull ทำให้ได้เส้นใยที่บางเบา ใส่แล้วมองไม่ทะลุ เป็นเส้นใยแบบร่างแหที่ยึดติดกันเสมือนเป็นเนื้อเดียวกัน


5.COMFORT COOL เย็นสบาย ระบายความร้อนได้ดี เนื่องจากการทอที่มีรูอากาศขนาดเล็กจำนวนมากทำให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกยิ่งขึ้น

6.UV PROTECTION ป้องกัน UV  ด้วยผ้าที่มีความละเอียด ผสมกับเส้นใยที่พันกันเป็นร่างแห จึงมีคุณสมบัติป้องกันรังสี UV จากแสงแดดที่จะมาทำร้ายผิวได้

7.QUCIK DRY แห้งไว เพื่อตอบโจทย์ไลฟสไตล์ที่เร่งรีบของคนยุคใหม่

คุณสมบัติที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษนั้นคือ EASY IRON รีดเรียบง่ายและ WRINKLE RESISTANT ไม่กลัวยับ ตอบโจทย์ผู้ชายที่ไม่ชอบการรีดผ้าอย่างผมได้ดีที่สุด เท่าที่มีโอกาสได้สัมผัสของจริง ผมคิดว่าจุดเด่นหลักคืออยู่ที่เนื้อผ้า เพียงแค่สัมผัสก็จะสามารถรับความรู้สึกของเทคโนโลยีที่ซ่อนอยู่ได้เป็นอย่างดี


และสินค้าหลักในคอลเลคชั่น Smart work project ได้แก่ Smart work shirt, Smart work pant และ Smart work suit ด้วยคุณสมบัติทั้ง 7  และการใช้เทคนิค การตัดเย็บเสื้อเชิ้ต กางเกง และสูท แบบ Tailor made เป็น Perfect fitting ที่เข้ารูปทำให้ได้ทรงสวย ทันสมัย ใส่แล้วดูสมาร์ท ที่สำคัญใส่แล้วเย็นสบาย ดูแลง่าย ไม่ขึ้นขุย ผ้ายับยาก และสามารถคืนตัวได้รวดเร็ว ดีไซน์ทีมีลวดลาย และสีสันให้เลือกหลากหลาย ถือได้ว่าเป็นเสื้อผ้าที่เหมาะกับคนทำงานรุ่นใหม่มากที่สุด 

ใครอยากติดตามความเคลื่อนไหวในโลกโซเชียลก็ยังสามารถติดตามผ่าน #morganhomme #morganhomme_th #smartworkproject #sahagroupfair ได้อีกด้วย รับรองว่าเมื่อหนุ่มใส่ MORGAN HOMME แล้วจะดูหล่ออย่างมีสไตล์ ใส่สบายจนลืมเสื้อผ้าในแบบที่เคยใส่มา สมกับสโลแกนของแบรนด์ที่ว่า  “ALWAYS DRESS WELL”

MARTINPHU : รีวิวแหวน Fierce-de-lis Monogram แบรนด์ ake ake 2019



แหวน Fierce-de-lis Monogram (เฟียซ เดอ ลิส โมโนแกรม) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 มีนาคม 2562 โดยมี 2 เวอร์ชั่น  คือ แบบ Regular วงเล็ก ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 2,000 บาท และแบบ Oversized ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 2,900 บาท  ซึ่งความแตกต่างจะอยู่ที่ขนาดและแถวของลวดลายโมโนแกรม ที่ใช้สัญลักษณ์ Fierce-de-lis อันเป็นตราประจำของแบรนด์ ake ake และสัญลักษณ์สี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดสลับกัน ดีไซน์ด้วยงามงาม ดูหรูหรา แต่มีดีไซน์ ผลิตด้วยเงินแท้ 92.5 ผลิตด้วยงานมือ และมีการสลักเลขกำกับจำนวนวงของแหวน และหมายเลขของแหวนแต่ละวงไว้อย่างชัดเจน


นอกจากนี้ยังมีแหวนสีพิเศษ คือ สีรมดำด้านให้แฟนที่ชื่นชอบความ DARK ได้สะสมกันอีกด้วยครับ ราคาจำหน่ายวงเล็กอยู่ที่ 2,900 บาท วงใหญ่อยู่ที่ 3,900 บาท เรียกว่าเพิ่มเงินประมาณ 900 บาท เพื่อนๆก็จะได้แหวนรมดำที่เท่ไม่เหมือนใครอย่างแน่นอนและผลิตในจำนวนจำกัด

* บทวิเคราะห์สำหรับแหวน Fierce-de-lis Monogram *


1.เป็นแหวนวงที่ใส่สบายที่สุดของแบรนด์ ake ake  ผมเองเป็นคนที่มีโอกาสได้สัมผัสแหวนของแบรนด์มาแล้วทุกรุ่น ผมคิดว่าแหวนวงนี้เป็นวงที่ใส่สบายนิ้วที่สุด ด้วยดีไซน์ที่เรียบแต่มีอะไร ขนาดความหนาของแหวนที่ไม่หนามาก ทำให้สามารถใส่ติดนิ้วทำงานได้ทุกวัน หลังจากที่ทดลองใส่ทั้งวัน ผมพบกว่าใส่สบายมาก และรู้สึกอยากหยิบขึนมาใส่บ่อยๆจนเป็นแหวนติดนิ้วได้เลยครับ

2.ราคาดี ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 2,000 บาท กับงานเงินแท้ทำมือ ดีไซน์เฉพาะที่ไม่เหมือนแบรนด์อื่นๆ รวมทั้งมูลค่าของแบรนด์ ake ake ที่นับวันยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้น ผมมองว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลมาก ทั้งคุณภาพ การดีไซน์ แพ็คเก็จ ที่ตั้งของร้าน การบริการ และมูลค่าของแบรนด์ ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงผลงานชิ้นนี้ได้


3.จะเลือกวงเล็กหรือวงใหญ่ ? ต้องพิจารณาจากรูปนิ้ว ถ้าเอาแบบใส่ได้ชัวร์ ผมแนะนำว่าวงเล็กจะใส่ได้ทุกวัน และเข้ากับทุกรูปนิ้ว ส่วนวงใหญ่จะเหมาะกับคนที่นิ้วยาว และต้องการความโดดเด่นเป็นพิเศษ ราคาต่างกันเพียง 900 บาทเท่านั้น แนะนำว่าให้ไปลองของจริงก่อน

4.อาจจะต้องมีการเพิ่มไซส์ ปกติผมเป็นคนใส่แหวน ake ake เบอร์ 9 แต่สำหรับรุ่นนี้ผมต้องเพิ่มไปใส่เบอร์ 10 ด้วยรูปทรงของแหวน เลยต้องเพิ่มขนาด 1  เบอร์ อันนี้อยากให้เพื่อนๆได้ลองครับ

5.เข้ากับการแต่งตัวได้ทุกรูปแบบ แหวนวงนี้สามารถเข้ากับชุดทำงาน สูททางการ ไปจนถึงลุคสตรีทแฟชั่น หรือใครที่ชอบความเรียบง่ายแต่มีดีเทล ผมคิดว่าแหวนวงนี้คือคำตอบ ให้ความรู้สึกหรูหราที่มีอะไรซ่อนอยู่ เป็นอีกวงที่แนะนำว่าต้องมีเก็บสะสมไว้ในคอลเลคชั่นเลยครับ


6.แหวนวงที่ผมเลือกซื้อมาเป็นวงใหญ่ ราคา 2,900 บาทครับ เหตุผลเพราะว่าเวลาใส่แล้วดูโดดเด่น แต่ไม่ได้เยอะจนเกินไปสำหรับนิ้วของผม มีความรู้สึกว่าแบรนด์อื่นๆไม่ค่อยได้ทำแหวนเรียบๆไซส์นี้ แต่ของ ake ake ทำได้อย่างลงตัว และใส่แล้วก็รู้ทันทีว่าเป็นของแบรนด์ ake ake  ครับ


7.ร้าน ake ake (เอก เอก) ตั้งอยู่ที่ไหน ?  ไปที่ร้านได้ที่ ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ (ชั้น 3 เก่า) เดินจากทางเชื่อมรถไฟฟ้า ผ่านร้าน FLY NOW ตรงไปยัง GREYHOUND แล้วเดินตรงไปเรื่อยๆก็จะเจอเลยครับ โทร.สอบถามได้ที่ 02-251-4922 หรือไลน์ @akeake สามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ทั้งทางไลน์และทางเวป  akeake.com ติดตามความเคลื่อนไหวของแบรนด์ได้ที่ IG : @akeakethailand และติดตาม #akeake ซึ่งเป็นที่รวมภาพของสาวกแบรนด์ทั้งหมดครับ

CK CALVIN KLEIN จัดงานเปิดตัวคอลเล็กชั่น SPRING 2019



“CK CALVIN KLEIN (ซีเค คาลวิน ไคลน์)” แบรนด์ชื่อดังจากประเทศสหรัฐอเมริกา จัดงานเปิดตัวคอลเล็กชั่น SPRING 2019 พร้อมกับปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดยมีเหล่าบรรดา ศิลปิน, ดารา, เซเลบบริตี้ และคนแฟชั่นตบเท้าเข้าร่วมงานเปิดตัวคอลเล็กชั่นใหม่กันอย่างคับคั่ง บริเวณร้าน CK CALVIN KLEIN ชั้น 1 ภายในพารากอน ดีพาร์ทเมนท์ สโตร์ ในวันที่ 8 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา นำโดย คุณหลิน –  มชณต สุวรรณมาศ, คุณสกาย – วงศ์รวี นทีธร, คุณจิงจิง – วริศรา ยู, คุณเชาว์ – ชวลิต ชิตตนันท์,   คุณบุ๊ค – พิมพ์เลิศ ใบหยก, คุณโจ้ – ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ และ อีกมากมาย

Stella McCartney จัดงานฉลองเปิดแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ในประเทศไทย

 
 
Stella McCartney จัดงานฉลองเปิดแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ในประเทศไทย ณ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้ง ด้วยการตกแต่งภายในที่จะช่วยสร้างบรรยากาศความเป็นส่วนตัว พร้อมทั้งสะท้อนถึงความตั้งใจในการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ด้วยการใช้วัสดุตกแต่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


ภายในงานได้รับเกียรติจากดาราและเซเลบริตี้มากมาย อาทิ คุณเบลล่า-ราณี แคมเปญ, คุณสู่ขวัญ บูลกุล, คุณปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์, คุณอาภาศิริ นิติพน, คุณเกรซ มหาดำรงค์กุล, คุณราศี ดิศกุล ณ อยุธยา, คุณคามิลล่าและ
คุณนิโคล กิตติวัฒน์ และ คุณนภัสสร บูรณศิริ เป็นต้น

ประวัติกระเป๋า FILSON



กระเป๋าแบรนด์ FILSON ถือเป็นแบรนด์ที่เก่าแก่ของอเมริกา ก่อตั้งในปี 1897 มีประวัติยาวนานกว่า 120 ปี เริ่มต้นด้วยการผลิตกระเป๋าสำหรับการผจญภัย ล่าสัตว์ เดินป่า ตกปลา โดยใช้วัสดุที่ทนทานและมีคุณภาพการตัดเย็บที่ดีเยี่ยม โดยจุดเด่นของกระเป๋าคือ รูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ คลาสสิค ไม่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่ยุคเริ่มต้น มาจนถึงปัจจุบัน

ผ้าที่ใช้ในการผลิตกระเป๋าเป็นผ้าที่มีความทนทานสูง เรียกว่า "Rugged Twill" ที่หนาและสั่งทำพิเศษเฉพาะแบรนด์ FILSON เท่านั้น เส้นใยยังมีการเคลือบ Wax ทำให้มีคุณสมบัติในการไล่น้ำ เวลาน้ำมาโดนกระเป๋าจะไม่ซึมและสามารถเช็ดออกได้เลย วัสดุชิ้นเด่นที่ขาดไม่ได้คือ หนังคุณภาพสูง ที่มีชื่อเรียกว่า Bridle leather เป็นเทคนิคการผลิตหนังที่ใช้สำหรับการทำอานม้า ที่มีความทนทานต่อแดด ฝน ลม และอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย

กระเป๋าทุกใบยังถูกผลิตในสหรัฐอเมริกา Made in USA ซึ่งจะมีป้ายติดอยู่ด้านใน ปัจจุบันแบรนด์ FILSON ได้รับความนิยมมาก ในหมู่ Hipster คนที่รักการแต่งตัว หรือชื่นชอบในสไตล์วินเทจ และเป็นกระเป๋าที่ได้รับความนิยมของหนุ่มในสังคมเมือง เพราะคุณภาพกระเป๋าที่ทนทาน รูปทรงที่คลาสสิค สามารถใช้งานได้ยาวนาน และคุ้มค่ากับการลงทุน สมกับเป็นแบรนด์ที่มีประวัติยาวนานกว่าร้อยปี

__________________________________

หมายเหตุ : กระเป๋าในภาพเป็นกระเป๋ารุ่น Tote Bag สีเขียว ราคาจำหน่าย 4,900 บาท สามารถหาซื้อได้ที่ร้าน PRONTO

ชมคลิปรีวิวกระเป๋า >>> คลิปรีวิวกระเป๋า FILSON ตอนที่ 1
                               >>> คลิปรีวิวกระเป๋า FILSON ตอนที่ 2

Prophecy mini ชิ้นงานซีรีย์พิเศษครบรอบ 7 ปี ake ake



“Prophecy mini” เกิดจากแนวคิดของลายโมทีฟเอกเอกที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาลอย่าง Prophecy Tree หรือป่าต้นสนแห่งคำทำนายอันศักดิ์สิทธิ์ ที่เปิดตัวตั้งแต่แชปเตอร์ที่ 5 The Fierce Prophecy (2014) นำมาย่อขนาดโดยคงความละเอียดของลายและงานฝีมืออย่างอัดแน่น ในรูปลักษณ์ที่คล่องตัวและเหมาะกับโอกาสใช้งานหลากหลายมากขึ้น โดยชิ้นงานใหม่ที่มาในซีรี่ย์นี้มี 3 รายการ ได้แก่


Prophecy ring mini เป็นงานขัดเงาพิเศษพร้อมลงดำขับลาย ราคา 3,500 บาท มีจำหน่ายไซส์ 4 – 12US


Prophecy Bangle mini เป็นงานขัดเงาพิเศษพร้อมลงดำขับลาย ราคา 6,500 บาท มีจำหน่ายไซส์ความยาวรอบข้อมือ 18 และ 21 ซม. ดัดปรับขนาดได้เล็กน้อยตามธรรมชาติของเนื้อเงินแท้


Prophecy Bracelet mini  เป็นงานขัดเงาพิเศษพร้อมลงดำขับลาย ราคา 9,900 บาท มีจำหน่ายไซส์ความยาวรอบข้อมือ 16, 18 และ 20 ซม. เป็นชิ้นงานประกอบมือที่ละเอียดและขึ้นงานยาก ใช้เวลานานมาก อาศัยความพิถีพิถันเป็นอย่างสูงเพื่อให้ได้สร้อยข้อมือเงินแท้ที่พริ้วไหวตามรูปทรงข้อมือ
ชิ้นงานซีรี่ย์นี้เป็นชิ้นงานจำกัดจำนวนชิ้น เนื่องจากขึ้นงานได้ยาก เปิดโอกาสให้สะสมได้ในจำนวนจำกัด โดยมีการสลักเลขระบุอ้างอิงขั้นตอนและช่างผู้ขึ้นชิ้นงานเป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันในแต่ละชิ้น
              
           
The Sanctuary Bag เป็นของที่ระลึกสำหรับผู้ที่เลือกจับจองเป็นเจ้าของชิ้นงานมูลค่าตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป 1 ชิ้นต่อ 1 บิล ต่อ 1 ท่าน โดยเป็นกระเป๋าขึ้นรูปด้วยมือจากหนัง Faux Leather ปั้มแกะลายลึกรูปปลายของสัญลักษณ์ Fierce-de-lis ที่เป็นเอกลักษณ์ของเอกเอก เรียงกันตรงมุมเหมือนรั้วกั้นเขตแดนศักดิ์สิทธิ์แซงชัวรี่ของเทพอาธีนา นั่นคือ กระเป๋าใบนี้เปรียบดังเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ ของที่เก็บอยู่ภายในจะถูกปกปักรักษาและอวยพรโดยเทพอาธีนา เมื่อหยิบออกมาก็เหมือนนำของศักดิ์สิทธิ์ออกมาจากแซงชัวรี่ศักดิ์สิทธิ์อันเป็นมงคลที่ดุดันนั่นเอง The Sanctuary นี้มีสายคาดที่สามารถปรับความยาว หรือแม้แต่ดึงออกมาได้ เพื่อนำมาสวมใส่ได้หลายรูปแบบ

ใครที่กำลังตัดสินใจว่าจะซื้อชิ้นไหนดี ผมแนะนำคำเดียวว่าจัดมาให้ครบเซตครับ เพราะกิเลสนั้นระงับด้วยการซื้อ แต่เป็นการซื้อของที่ไม่มีคำว่าตกยุค อยู่เหนือเทรนด์ และทรงคุณค่าของงานฝีมือขนานแท้ของช่างเครื่องเงินไทย ใครจะไปรู้ว่าชิ้นงานที่แต่ละท่านสะสมไว้ อาจจะมีมูลค่าสูงกว่าทองคำก็เป็นได้ เพราะชื่อก็บอกแล้วว่า  ake ake (เอก เอก) แปลว่า ที่สุดของที่สุด ครับ  !!!!

_____________________________

กดรับชมได้เลยครับ >>> คลิปรีวิว  Prophecy mini