Dermalogica เปิดตัวสองผลิตภัณฑ์ใหม่ Dermalogica Prisma Protect SPF 30 และ Dermalogica Ultra Calming




Dermalogica แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอันดับหนึ่งจากสหรัฐอเมริกา ที่ผู้เชี่ยวชาญผิวทั่วโลกเลือกใช้ เปิดตัวสองผลิตภัณฑ์สุดล้ำ Dermalogica Prisma Protect SPF 30 และ Dermalogica Ultra Calming ซึ่งใช้ส่วนผสมเข้มข้นจากธรรมชาติผสานกับเทคโนโลยีที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจน รวดเร็ว โดยเชิญ 4 เซเลบริตี้มาร่วมวิเคราะห์ผิวกับผู้เชี่ยวชาญพร้อมทดลองประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ นำโดย บิ้วตี้กูรู คุณฟลุค-รพี ชูสุวรรณ นักแสดงสาวสาวยสองท่าน คุณเฌอเบลล์-ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์, คุณดรีม-พิชยา ทิพพาละ และเซเลบริตี้สาวผิวสวย คุณโบว์-ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์ โดยมีคุณกัลยารัตน์ ภักดีสัตยพงศ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด EIG ประเทศไทย ให้การต้อนรับ


ภายในงานผู้เชี่ยวชาญด้านผิวได้แนะนำถึงประเภทผิวของแต่ละท่านด้วยการทำ Face Mapping รวมถึงวิธีการดูแลผิวเฉพาะบุคคล รวมทั้งแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิว ซึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งสองตัวเหมาะกับทั้ง 4 ท่าน เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้ทุกประเภทผิว Dermalogica Prisma Protect SPF 30 เป็นผลิตภัณฑ์กันแดดที่ล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยีที่ยังไม่เคยมีแบรนด์ใดทำได้มาก่อน Drone Technology และ Breakthrough Antioxidant Technology ตอบโจทย์ความต้องการตามวิถีชีวิตในปัจจุบันที่แสนวุ่นวาย ผิวของเราต้องทำงานตลอดทั้งวัน 


โดยเฉพาะช่วงกลางวันผิวต้องเผชิญกับปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสียหายจากทั้งแสงยูวี มลภาวะ และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมทั้งฝุ่นและควันพิษ ผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวส่วนใหญ่กลับมีเพียง เอสพีเอฟ ปกป้องได้เพียงคลื่นแสงจากยูวีเท่านั้น ผิวจึงไม่ได้รับการดูแลและป้องกันมากเพียงพอจนถึงระดับสเปกตรัม ทั้งยังเสี่ยงกับภาวะผิวขาดน้ำและการได้รับอนุมูลอิสระอีกด้วย นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ไฮไลท์อีกชิ้นที่ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี Dermalogica Ultra Calming Essence เอสเซนต์เนื้อบางเบาแต่มีสารสกัดที่เข้มข้นประดุจเซรั่ม ที่มีประสิทธิภาพในการปลอบประโลมผิวอย่างอ่อนโยน และให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว เหมาะกับผู้ที่กังวลเรื่องรอยแดง หรือผิวแพ้ง่าย ช่วยให้ผิวค่อยๆ แข็งแรงขึ้นด้วยการฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติ พร้อมลดอาการคันและอาการแดงอย่างเห็นผล 


สามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ dermalogica รวมถึงรับบริการวิเคราะห์ผิวได้ฟรีที่เคาน์เตอร์ Dermalogica ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทุกสาขา และ AsterSpring ทุกสาขา หรือสั่งซื้อทาง online ได้ที่ www.dermalogica.co.th, www.facebook.com/dermalogica.official.Thailand และคลินิก, ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ 

Stella McCartney เปิดตัวคอลเลคชันพิเศษ ‘All Together Now’




Stella McCartney เปิดตัวคอลเลคชันพิเศษ ‘All Together Now’ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ชื่อดังของ The Beatles ที่มีชื่อว่า ‘Yellow Submarine’ เป็นคอลเลคชันที่ได้นำเอากราฟฟิคและจุดเด่นจากภาพยนตร์มาแต่งแต้มเพื่อเพิ่มความสนุกให้กับเสื้อผ้า ภาพยนตร์เรื่อง Yellow Submarine ได้รับการบันทึกภาพและเสียงใหม่ในรูปแบบดิจิทัล เพื่อเฉลิมฉลองการฉายครบรอบ 50 ปีในปีที่ผ่านมา โดยภาพยนตร์ได้นำเสนอเรื่องราวการผจญภัยในโลกที่เต็มไปด้วยสีสัน และสร้างความสามัคคีให้กับตัวละครผ่านความรักและเสียงเพลง นับเป็นการนำเสนอภาพความสามัคคี ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในสังคมที่มากไปด้วยความขัดแย้งทางการเมืองดังที่เกิดขึ้นในปีที่ภาพยนตร์ฉาย ความผูกพันของ Stella ที่มีต่อภาพยนตร์ได้ให้แรงบันดาลใจกับเธอในการรังสรรค์คอลเลคชัน และต่อยอดเป็นแคมเปญที่จะช่วยรณรงค์ให้คนรุ่นใหม่ได้หันมาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกต่อไป 


Stella กล่าวว่าฉันได้ชมภาพยนตร์เรื่อง Yellow Submarine ที่ถูกนำมาฉายอีกครั้งในรูปแบบดิจิทัลร่วมกับเพื่อนและครอบครัว นับเป็นเวลานานหลายปี หลังจากที่ฉันมีโอกาสได้ชมภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวเมื่อครั้งเป็นเด็ก Yellow Submarine สร้างความประทับใจให้กับฉันเป็นอย่างมากในแบบที่ฉันไม่คาดคิดมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อคิดในการเชื่อมผู้คนเข้าด้วยกัน และสร้างความปรองดองในแง่ของการเมืองให้กับพวกเขา ฉันไม่เคยรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องใกล้ตัวขนาดนี้ และหลังจากที่ภาพยนตร์จบลง ฉันรู้ทันทีว่าฉันต้องลงมือทำอะไรสักอย่าง 


จุดเด่นของภาพยนตร์ถูกนำเสนอผ่านนิตแวร์และเสื้อผ้าที่ตัดเย็บขึ้นจากผ้าเจอร์ซี่ พร้อมปักประโยคที่ปรากฏในภาพยนตร์อย่าง “All Together Now” เอาไว้ในหลายภาษา และนอกจากข้อความดังกล่าวแล้ว Stella ยังได้เพิ่มประโยคอย่าง “all you need is love” และ “love, love, love” เอาไว้บนเสื้อเชิ้ตและเสื้อตัวนอกอีกด้วย 
ในส่วนของ ‘Lucy in the Sky with Diamonds’ นั้นจะได้รับการตีความใหม่และนำมาตกแต่งด้วยเทคนิคการปะผ้า (patchwork) บนเดรสผ้าไหมแจ๊คการ์ดอันมากไปด้วยความอ่อนนุ่มและพริ้วไหว ดูเปี่ยมไปด้วยความเป็นเฟมินีน เสื้อโค้ทขนสัตว์เทียม (Fur-Free-Fur) จะถูกนำเสนอพร้อมกับลายพิมพ์เครื่องแบบของวงโยธวาทิตที่ปรากฏในภาพยนตร์ ในขณะที่ภาพของเรือดำน้ำลำเล็กสีเหลืองจะถูกนำมาพิมพ์เป็นลวดลายโมโนแกรม และจะปรากฏให้เห็นบนรองเท้าผ้าใบ Eclypse และกระเป๋า Falabella อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

และเพื่อตอกย้ำถึงความตั้งใจในการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และช่วยส่งเสริมให้คนรักษ์โลก Stella McCartney จึงเลือกที่จะใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการรังสรรค์คอลเลคชัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ผ้าเจอร์ซี่และเดนิมที่ผลิตขึ้นจากผ้าฝ้ายธรรมชาติ ผ้าแคชเมียร์แบบแปรรูป (regenerated cashmere) ไนลอนรีไซเคิล (ECONYL®) เส้นใยวิสคอสจากพืช และวัสดุใหม่อย่างผ้าฝ้าย Breton รีไซเคิล 100% 


พบกับป๊อปอัพสโตร์สำหรับคอลเลคชันพิเศษ “All Together Now” จาก STELLA McCARTNEY ระหว่างวันที่ 1 – 16 สิงหาคม 2562 ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์  โทร. 02-021-2111

#StellaMcCartneyxTheBeatles

Line: @stellamccartneyth

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
แผนกประชาสัมพันธ์ บริษัท คลับ 21 (ประเทศไทย) จำกัด, โทร. 02-650-9181, แฟกซ์. 02-650-9185

TAKEO KIKUCHI แบรนด์ชั้นนำชายสัญชาติญี่ปุ่น เปิดตัวสินค้านวัตกรรมใหม่ Polygiene STAY FRESH ชูประสิทธิภาพยับยั้งแบคทีเรีย ถึง 99.5%




ทาเคโอะ คิคูชิ (TAKEO KIKUCHI) แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายยอดนิยมจากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แบรนด์คอนเซ็ปต์ Tokyo Urban ครั้งแรกกับการร่วมงานสหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 23 พบกับเสื้อผ้าราคาพิเศษมากมายได้ตั้งแต่วันนี้ - 30 มิถุนายน 2562 ไบเทค บางนา Hall 100




ทาเคโอะ คิคูชิ ก่อตั้งโดยดีไซน์เนอร์ที่มีเอกลักษณ์เป็นอย่างมากได้ทั้งในด้านดีไซน์และแพทเทริ์น ได้รับการยอมรับและชื่อเสียงอย่างกว้างขวาง โดยคุณทาเคโอะ คิคูชิ เปิดตัวในประเทศญี่ปุ่นมายาวนานถึง 30 ปี สินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับสูงสุด คือสูทที่มาพร้อมกับคุณภาพสูง เรียบหรู ทนทาน และร่วมสมัย ซึ่งปัจจุบัน






ทาเคโอะ คิคูชิ มีสาขามากกว่า 100 สาขาทั่วประเทศญี่ปุ่น, ไต้หวัน 5 สาขา และในประเทศไทยมี 7 สาขา ได้แก่ Central World ชั้น 1 (Flagship Store), Central Chidlom ชั้น 4, Paragon ชั้น 2, Emporium ชั้น 2, Central Ladprao ชั้น 3, Siam Takashimaya ชั้น 3, Zen ชั้น 5 เป็นต้น และตั้งเป้าหมายในการขยายสาขาเพิ่มขึ้นภายในปี 2019 - 2020


โดยนับเป็นครั้งแรกของแบรนด์ทาเคโอะ คิดูชิ ที่ได้เข้ามาร่วมงานงานสหกรุ๊ป แฟร์ ครั้งที่ 23 โดยได้เตรียมความพิเศษ พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่ล่าสุด นำเสนอด้วยนวัตกรรม "Polygieneสุดพิเศษสามารถสวมใส่ได้ทุกฤดูกาล ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่น ด้วยเทคโนโลยีจะช่วยยับยั้งแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ถึง 99.5% ซึ่งทางแบรนด์ก็ได้เล็งเห็นคุณภาพที่จะส่งมอบให้กับผู้บริโภคจึงเพิ่มประสิทธิภาพควบคู่กับกระบวนผลิตให้ได้เนื้อผ้าแบบ Melange Honeycomb ที่มีความยืดหยุ่น สามารถระบายอากาศได้อย่างดี แห้งเร็ว ไม่ยับง่าย สวมใส่สบายตลอดทั้งวัน มีให้เลือกหลากหลายสไตล์เพื่อตอบสนองกับความต้องการในแต่ละวัน ทั้งเสื้อยืด T-Shirt คอกลม, คอวี และเสื้อโปโล คอปก เนื้อดี ด้วยเทคนิคการออกแบบคอปกที่ได้รูปโค้งสวยและเป็นชิ้นเดียวกันกับลำตัว รวมถึงกางเกง ที่สวมใส่สบาย เคลื่อนไหวอย่างอิสระ ไม่ว่าจะใส่เที่ยวหรือทำงานก็ให้ความมั่นได้ว่าสามารถเข้าได้กับทุกลุค Polygiene STAY FRESH ของ TAKEO KIKUCHI ไอเท็มใหม่ที่ต้องแนะนำ


นอกจากนี้แบรนด์ทาเคโอะ คิดูชิ ยังมีสินค้ายอดนิยมอีกมากมาย โดยเอาใจสุภาพบุรุษหลากหลายช่วงอายุ ได้แก่ Dress ในลุคเท่เนี๊ยบ เรียบหรู, City Setter ให้ลุคสนุกขึ้นมาเล็กน้อย แต่ยังคงคาเรกเตอร์หนุ่มเนี๊ยบ ด้วยโทนสีสุภาพ, Casual ลุคสบาย คุมโทนด้วยสีน้ำตาล เบจ เป็นต้น ทั้งนี้ยังมีแบรนด์ที่อยู่ภายใต้ทาเคโอะ คิคูชิ ทั้งหมด 3 แบรนด์ ได้แก่ 40ct & 525 BY TAKEO KIKUCHI, tk.TAKEO KIKUCHI และ UNBUILT TAKEO KIKUCHI ซึ่งยังอยู่ภายใต้แบรนด์คอนเซ็ปต์ Tokyo Urban แต่ให้ความแตกต่างในช่วงอายุของวัย...

OLYMP เสื้อเชิ้ตสุดยอดนวัตกรรมจากเยอรมนี “ที่ไม่ยับ ไม่อับ” ใส่สบายเวอร์ !!!




ยุคนี้ใครจะเสียเวลามานั่งรีดผ้ากันนานๆ ยิ่งประหยัดเวลาในการรีดเท่าไหร่ เราก็มีเวลาเหลือไปทำอย่างอื่น..... OLYMP แบรนด์เสื้อเชิ้ตอันดับ  1 จากประเทศเยอรมนี จึงมาพร้อมนวัตกรรมใหม่ที่โดดเด่น ตอบโจทย์ผู้ชายในยุคนี้อย่างที่สุด!!! ด้วยคอนเซ็ปต์  “Move with Style”



Move แค่ไหนก็ไม่ยับ : นวัตกรรมพิเศษของเนื้อผ้า ที่สามารถคืนตัวจากรอยยับด้วยอุณหภูมิของร่างกาย  เนื้อผ้า 100 % Cotton Non-Iron ทำให้รีดเรียบง่ายและยับยาก หมดปัญหาเรื่องเสื้อยับระหว่างวัน ตอบโจทย์หนุ่มๆที่ไม่ชอบรีดผ้า รีดง่าย ยับยากมีเวลาเหลือไปทำอย่างอื่น



Move แค่ไหนก็ไม่อับ : เรื่องกลิ่นตัวกับเสื้อเชิ้ตมักเป็นปัญหาที่หนุ่มๆกังวล โดยเฉพาะเวลาหลังเลิกงาน ด้วยนวัตกรรมของ OLYMP ทำให้เสื้อเชิ้ตระบายเหงื่อได้เร็ว  หมดปัญหาเรื่องใส่แล้วรู้สึกร้อนไม่สบายตัว หมดปัญหาเรื่องกลิ่นอับ เรียกได้ว่า เสื้อหายใจได้ใส่ไปไหนก็มั่นใจในทุกสถานการณ์

Move แค่ไหนก็ไม่อึดอัด : เนื้อผ้าพิเศษ “Comfort Stretch” รองรับทุกสรีระของการเคลื่อนไหว ทำงานได้คล่องตัว หมดปัญหาเดิมๆที่ใส่เสื้อเชิ้ตแล้วรู้สึกอึดอัด ยกแขนไม่ได้ เคลื่อนไหวไม่สะดวก รับรองว่าใส่สบายจนต้องมีเก็บไว้หลายๆตัวในตู้เสื้อผ้า



เท่านั้นยังไม่พอ!!! ในส่วนของงานดีไซน์ก็ยังใส่ใจรายละเอียด ด้วยลายพิมพ์และดีเทลที่เป็นเอกลักษณ์ เสื้อเชิ้ตทุกตัวถูกออกแบบมาให้มีความทันสมัยเข้ากับเทรนด์ในปัจจุบัน แถมยังมีรางวัลการันตีจาก Men’s Health Style Award ถึง 3 ปีซ้อน (2016-2018) จากผู้อ่านนิตยสาร Men’s Health ในทวีปยุโรป และในปีนี้ยังมีการเปิดตัว “Under Shirt” เสื้อยืดแขนสั้นสำหรับใส่ด้านในเสื้อเชิ้ต ที่จะช่วยเพิ่มความเย็นสบายระดับผิว การันตีด้วย Oeke-Tek Standard 100 ที่นานาชาติมั่นใจในคุณภาพของผิวสัมผัส ที่ไม่มีการระคายเคืองผิวอย่างแน่นอน อยากเท่ ทันสมัย สวมใส่สบาย ไว้ใจ OLYMP”

MORGAN HOMME (มอร์แกน ออม) กับโปรเจกต์พิเศษ Smart Work Project เพื่อผู้ชายคนทำงานรุ่นใหม่ 2019



ผู้ชายในยุคปี 2019 กำลังมาหาเสื้อผ้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีขั้นสุด แบรด์สัญชาติฝรั่งเศสอย่าง MORGAN HOMME (มอร์แกน ออม) จึงมีโปรเจกต์พิเศษ Smart Work Project เพื่อผู้ชายคนทำงานรุ่นใหม่

ผมมีโอกาสได้ไปร่วมงานเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษในครั้งนี้ของแบรนด์ที่ไบเทคบางนา ปีนี้จัดอย่างยิ่งใหญ่มากครับ ความน่าสนใจที่ผมเห็นได้ชัด คือแบรนด์เสื้อผ้าเริ่มมีการปรับตัวด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ที่ผสมผสานการออกแบบได้อย่างลงตัว 

อย่างของแบรนด์ MORGAN HOMME (มอร์แกน ออม) มาด้วยเทคโนโลยีที่ชื่อว่า “WORKTECH” ซึ่งป็นเนื้อผ้าที่ผลิตจากเส้นใยแบบพิเศษ  ผสมการทอแบบ Mechanical Stretch เป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้การทำงานของเราสบายขึ้นด้วย 7 คุณสมบัติ




1.EASY IRON รีดเรียบง่าย ดูแลรักษาง่าย สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความรวดเร็ว 

2.WRINKLE RESISTANT ไม่กลัวยับ จะทำกิจกรรมอะไรก็ทำได้เต็มที่ ไม่ต้องคอยระวังเรื่องลุคว่าจะเยินหรือโทรมเร็ว เนื้อผ้าที่ยับยาก จากเทคนิคการทอเส้นใยแบบพิเศษ ไม่มีการใช้สารเคมีเคลือบผิวผ้า ทำให้คุณสมบัติการยับยากติดอยู่กับตัวผ้าไปตลอดอายุการใช้งาน ไม่ว่าจะซักกี่ครั้งก็ตาม

3.STRETCH เนื้อผ้ายืดได้ ให้คุณขยับร่างกาย เคลื่อนไหวได้เต็มที่ทุกอิริยาบถ รู้สึกสบาย ไม่อึดอัด

4.NONTRANSPARENCY ใส่แล้วไม่โป๊ ด้วยเทคโนโลยีการทอด้วยความละเอียดแบบใหม่ล่าสุด Micro Nova Full Dull ทำให้ได้เส้นใยที่บางเบา ใส่แล้วมองไม่ทะลุ เป็นเส้นใยแบบร่างแหที่ยึดติดกันเสมือนเป็นเนื้อเดียวกัน


5.COMFORT COOL เย็นสบาย ระบายความร้อนได้ดี เนื่องจากการทอที่มีรูอากาศขนาดเล็กจำนวนมากทำให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกยิ่งขึ้น

6.UV PROTECTION ป้องกัน UV  ด้วยผ้าที่มีความละเอียด ผสมกับเส้นใยที่พันกันเป็นร่างแห จึงมีคุณสมบัติป้องกันรังสี UV จากแสงแดดที่จะมาทำร้ายผิวได้

7.QUCIK DRY แห้งไว เพื่อตอบโจทย์ไลฟสไตล์ที่เร่งรีบของคนยุคใหม่

คุณสมบัติที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษนั้นคือ EASY IRON รีดเรียบง่ายและ WRINKLE RESISTANT ไม่กลัวยับ ตอบโจทย์ผู้ชายที่ไม่ชอบการรีดผ้าอย่างผมได้ดีที่สุด เท่าที่มีโอกาสได้สัมผัสของจริง ผมคิดว่าจุดเด่นหลักคืออยู่ที่เนื้อผ้า เพียงแค่สัมผัสก็จะสามารถรับความรู้สึกของเทคโนโลยีที่ซ่อนอยู่ได้เป็นอย่างดี


และสินค้าหลักในคอลเลคชั่น Smart work project ได้แก่ Smart work shirt, Smart work pant และ Smart work suit ด้วยคุณสมบัติทั้ง 7  และการใช้เทคนิค การตัดเย็บเสื้อเชิ้ต กางเกง และสูท แบบ Tailor made เป็น Perfect fitting ที่เข้ารูปทำให้ได้ทรงสวย ทันสมัย ใส่แล้วดูสมาร์ท ที่สำคัญใส่แล้วเย็นสบาย ดูแลง่าย ไม่ขึ้นขุย ผ้ายับยาก และสามารถคืนตัวได้รวดเร็ว ดีไซน์ทีมีลวดลาย และสีสันให้เลือกหลากหลาย ถือได้ว่าเป็นเสื้อผ้าที่เหมาะกับคนทำงานรุ่นใหม่มากที่สุด 

ใครอยากติดตามความเคลื่อนไหวในโลกโซเชียลก็ยังสามารถติดตามผ่าน #morganhomme #morganhomme_th #smartworkproject #sahagroupfair ได้อีกด้วย รับรองว่าเมื่อหนุ่มใส่ MORGAN HOMME แล้วจะดูหล่ออย่างมีสไตล์ ใส่สบายจนลืมเสื้อผ้าในแบบที่เคยใส่มา สมกับสโลแกนของแบรนด์ที่ว่า  “ALWAYS DRESS WELL”

MARTINPHU : รีวิวแหวน Fierce-de-lis Monogram แบรนด์ ake ake 2019



แหวน Fierce-de-lis Monogram (เฟียซ เดอ ลิส โมโนแกรม) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 มีนาคม 2562 โดยมี 2 เวอร์ชั่น  คือ แบบ Regular วงเล็ก ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 2,000 บาท และแบบ Oversized ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 2,900 บาท  ซึ่งความแตกต่างจะอยู่ที่ขนาดและแถวของลวดลายโมโนแกรม ที่ใช้สัญลักษณ์ Fierce-de-lis อันเป็นตราประจำของแบรนด์ ake ake และสัญลักษณ์สี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดสลับกัน ดีไซน์ด้วยงามงาม ดูหรูหรา แต่มีดีไซน์ ผลิตด้วยเงินแท้ 92.5 ผลิตด้วยงานมือ และมีการสลักเลขกำกับจำนวนวงของแหวน และหมายเลขของแหวนแต่ละวงไว้อย่างชัดเจน


นอกจากนี้ยังมีแหวนสีพิเศษ คือ สีรมดำด้านให้แฟนที่ชื่นชอบความ DARK ได้สะสมกันอีกด้วยครับ ราคาจำหน่ายวงเล็กอยู่ที่ 2,900 บาท วงใหญ่อยู่ที่ 3,900 บาท เรียกว่าเพิ่มเงินประมาณ 900 บาท เพื่อนๆก็จะได้แหวนรมดำที่เท่ไม่เหมือนใครอย่างแน่นอนและผลิตในจำนวนจำกัด

* บทวิเคราะห์สำหรับแหวน Fierce-de-lis Monogram *


1.เป็นแหวนวงที่ใส่สบายที่สุดของแบรนด์ ake ake  ผมเองเป็นคนที่มีโอกาสได้สัมผัสแหวนของแบรนด์มาแล้วทุกรุ่น ผมคิดว่าแหวนวงนี้เป็นวงที่ใส่สบายนิ้วที่สุด ด้วยดีไซน์ที่เรียบแต่มีอะไร ขนาดความหนาของแหวนที่ไม่หนามาก ทำให้สามารถใส่ติดนิ้วทำงานได้ทุกวัน หลังจากที่ทดลองใส่ทั้งวัน ผมพบกว่าใส่สบายมาก และรู้สึกอยากหยิบขึนมาใส่บ่อยๆจนเป็นแหวนติดนิ้วได้เลยครับ

2.ราคาดี ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 2,000 บาท กับงานเงินแท้ทำมือ ดีไซน์เฉพาะที่ไม่เหมือนแบรนด์อื่นๆ รวมทั้งมูลค่าของแบรนด์ ake ake ที่นับวันยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้น ผมมองว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลมาก ทั้งคุณภาพ การดีไซน์ แพ็คเก็จ ที่ตั้งของร้าน การบริการ และมูลค่าของแบรนด์ ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงผลงานชิ้นนี้ได้


3.จะเลือกวงเล็กหรือวงใหญ่ ? ต้องพิจารณาจากรูปนิ้ว ถ้าเอาแบบใส่ได้ชัวร์ ผมแนะนำว่าวงเล็กจะใส่ได้ทุกวัน และเข้ากับทุกรูปนิ้ว ส่วนวงใหญ่จะเหมาะกับคนที่นิ้วยาว และต้องการความโดดเด่นเป็นพิเศษ ราคาต่างกันเพียง 900 บาทเท่านั้น แนะนำว่าให้ไปลองของจริงก่อน

4.อาจจะต้องมีการเพิ่มไซส์ ปกติผมเป็นคนใส่แหวน ake ake เบอร์ 9 แต่สำหรับรุ่นนี้ผมต้องเพิ่มไปใส่เบอร์ 10 ด้วยรูปทรงของแหวน เลยต้องเพิ่มขนาด 1  เบอร์ อันนี้อยากให้เพื่อนๆได้ลองครับ

5.เข้ากับการแต่งตัวได้ทุกรูปแบบ แหวนวงนี้สามารถเข้ากับชุดทำงาน สูททางการ ไปจนถึงลุคสตรีทแฟชั่น หรือใครที่ชอบความเรียบง่ายแต่มีดีเทล ผมคิดว่าแหวนวงนี้คือคำตอบ ให้ความรู้สึกหรูหราที่มีอะไรซ่อนอยู่ เป็นอีกวงที่แนะนำว่าต้องมีเก็บสะสมไว้ในคอลเลคชั่นเลยครับ


6.แหวนวงที่ผมเลือกซื้อมาเป็นวงใหญ่ ราคา 2,900 บาทครับ เหตุผลเพราะว่าเวลาใส่แล้วดูโดดเด่น แต่ไม่ได้เยอะจนเกินไปสำหรับนิ้วของผม มีความรู้สึกว่าแบรนด์อื่นๆไม่ค่อยได้ทำแหวนเรียบๆไซส์นี้ แต่ของ ake ake ทำได้อย่างลงตัว และใส่แล้วก็รู้ทันทีว่าเป็นของแบรนด์ ake ake  ครับ


7.ร้าน ake ake (เอก เอก) ตั้งอยู่ที่ไหน ?  ไปที่ร้านได้ที่ ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ (ชั้น 3 เก่า) เดินจากทางเชื่อมรถไฟฟ้า ผ่านร้าน FLY NOW ตรงไปยัง GREYHOUND แล้วเดินตรงไปเรื่อยๆก็จะเจอเลยครับ โทร.สอบถามได้ที่ 02-251-4922 หรือไลน์ @akeake สามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ทั้งทางไลน์และทางเวป  akeake.com ติดตามความเคลื่อนไหวของแบรนด์ได้ที่ IG : @akeakethailand และติดตาม #akeake ซึ่งเป็นที่รวมภาพของสาวกแบรนด์ทั้งหมดครับ

CK CALVIN KLEIN จัดงานเปิดตัวคอลเล็กชั่น SPRING 2019



“CK CALVIN KLEIN (ซีเค คาลวิน ไคลน์)” แบรนด์ชื่อดังจากประเทศสหรัฐอเมริกา จัดงานเปิดตัวคอลเล็กชั่น SPRING 2019 พร้อมกับปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดยมีเหล่าบรรดา ศิลปิน, ดารา, เซเลบบริตี้ และคนแฟชั่นตบเท้าเข้าร่วมงานเปิดตัวคอลเล็กชั่นใหม่กันอย่างคับคั่ง บริเวณร้าน CK CALVIN KLEIN ชั้น 1 ภายในพารากอน ดีพาร์ทเมนท์ สโตร์ ในวันที่ 8 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา นำโดย คุณหลิน –  มชณต สุวรรณมาศ, คุณสกาย – วงศ์รวี นทีธร, คุณจิงจิง – วริศรา ยู, คุณเชาว์ – ชวลิต ชิตตนันท์,   คุณบุ๊ค – พิมพ์เลิศ ใบหยก, คุณโจ้ – ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ และ อีกมากมาย

Stella McCartney จัดงานฉลองเปิดแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ในประเทศไทย

 
 
Stella McCartney จัดงานฉลองเปิดแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ในประเทศไทย ณ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้ง ด้วยการตกแต่งภายในที่จะช่วยสร้างบรรยากาศความเป็นส่วนตัว พร้อมทั้งสะท้อนถึงความตั้งใจในการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ด้วยการใช้วัสดุตกแต่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


ภายในงานได้รับเกียรติจากดาราและเซเลบริตี้มากมาย อาทิ คุณเบลล่า-ราณี แคมเปญ, คุณสู่ขวัญ บูลกุล, คุณปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์, คุณอาภาศิริ นิติพน, คุณเกรซ มหาดำรงค์กุล, คุณราศี ดิศกุล ณ อยุธยา, คุณคามิลล่าและ
คุณนิโคล กิตติวัฒน์ และ คุณนภัสสร บูรณศิริ เป็นต้น