ทำไม FREITAG ( ฟรายทาก ) ถึงฮิต ?



FREITAG ( ฟรายทาก ) ถือเป็นแบรนด์ดังจากนครซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่กำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทยซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่มียอดจำหน่ายกระเป๋าแบรนด์นี้สูงสุดอีกประเทศหนึ่งของโลก ถือเป็นกระเป๋าในฝันของผู้ที่รักการออกแบบดีไซน์ ที่อยากจะมีไว้ครอบครองสักใบ เพราะกระเป๋าทุกใบมีลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนกัน เนื่องจากผ้าใบที่ใช้ผลิตกระเป๋าต้องผ่านการใช้งานมาแล้วหลายปี ก่อนจะถูกนำมาตัดด้วยมือและประกอบขึ้นเป็นกระเป๋าที่สวยงาม ทนทาน และใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

ผมจำช่วงเวลาที่รู้จักกับแบรนด์ FREITAG ได้ดี เพราะเห็นกระเป๋าแบรนด์นี้สะพายอยู่บนไหล่ของเพื่อนผู้มีความเป็นศิลปิน จึงได้ทราบที่มาที่ไปของกระเป๋า แต่ในยุคนั้นยังไม่ได้สามารถหาซื้อได้ในเมืองไทย จนเมื่อร้าน PRONTO ได้เป็นผู้นำเข้ากระเป๋าแบรนด์นี้อย่างเป็นทางการ ก็ทำให้คนไทยได้รู้จักกับแบรนด์กระเป๋าสุดชิค ที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ ผ้าใบทั้งหมดมาจากรถบรรทุกที่ต้องผ่านการใช้งานมาแล้ว กว่าจะถึงเวลาที่รถบรรทุกเปลี่ยนผ้าใบใหม่ก็ต้องใช้เวลาหลายปี บางผืนต้องผ่านการใช้งานมา 5-10 ปี ก่อนจะมีการเปลี่ยนผ้าใบ และช่วงเวลานั้นแบรนด์จะมีทีมเข้าไปติดต่อขอซื้อผ้าใบเพื่อมาทำกระเป๋า วัสดุที่ใช้ในการเก็บขอบก็มาจากขอบยางในรถจักรยาน สายสะพายก็ทำมาจากเข็มขัดนิรภัยที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว นี่คือ “กระบวนการคิดสร้างสรรค์ที่เรียบง่าย แต่สร้างคุณค่าให้กับผู้ที่ได้ครอบครอง”

กระเป๋าใบที่ผมนำมาใช้เป็นภาพประกอบของบทความนี้ คือ กระเป๋ารุ่น LASSIE  F11 ซึ่งมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 7,900 บาท (ในปี 2018) ถือเป็นกระเป๋ารุ่นคลาสสิคของแบรนด์ที่มีการผลิตจำหน่ายในช่วงปี 1995 (แบรนด์กำเนิดในปี 1993)  แรงบันดาลใจจากกระเป๋าสำหรับปั่นจักรยานที่กันฝน และมีความคล่องตัวในการใช้งาน และยังสามารถขยายขนาดได้อีก 2 ระดับ แปลงร่างกลายเป็นกระเป๋าอีก 2 รูปแบบ ซึ่งถือเป็นมุมมองการออกแบบที่น่าสนใจและลงตัวอย่างที่สุดสำหรับการใช้งาน

สาเหตุที่ผมเลือกใช้ภาพร่างที่ 2 ในการนำเสนอ เพราะอยากให้ได้เห็นไอเดียในการใช้ลวดลายบนผ้าใบ การตัดผ้าใบด้วยมือที่ต้องอาศัยความสร้างสรรค์ รู้จังหวะและแพทเทิร์นของกระเป๋าเป็นอย่างดี ก่อนนำชิ้นส่วนมาประกอบกันเป็นกระเป๋าดีไซน์สุดเท่ ถือเป็นการแสดงศักยภาพงานออกแบบที่โดดเด่นของแบรนด์ การตัดผ้าใบ ยังถือเป็นส่วนหนึ่งที่ยากที่สุดของการผลิต เพราะต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์อยู่ตลอดเวลา ว่าจะตัดออกมาอย่างไรให้สวยงามเพื่อนำมาผลิตเป็นกระเป๋าและใช้ผ้าใบให้คุ้มค่ามากที่สุดทุกส่วน เพราะเหตุนี้ จึงทำให้กระเป๋าทุกใบมีเรื่องราวที่ไม่เหมือนกันเลย และทุกใบจะมีภาพถ่ายติดอยู่ในแท็กสีเขียว เพื่อแสดงว่ากระเป๋าใบนี้มีความเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายๆคนเริ่มสะสมกระเป๋าในรูปแบบต่างๆตามความชื่นชอบของตนเอง มีการแบ่งสายการเก็บสะสมตามความชื่นชอบ เช่น การเก็บกระเป๋าที่มีตัวอักษร ตัวเลข การเก็บกระเป๋าตามสีที่บ่งบอกถึงเรื่องราว เช่น กันดั้ม ไอรอนแมน บะหมี่ ไจแอนท์ และอื่นๆอีกมากมาย เหล่านักสะสมของเมืองไทยนั้น แต่ละท่านมีกระเป๋าอยู่ที่หลักหลายร้อยใบ

เพราะอะไรกระเป๋า FREITAG ถึงได้รับความนิยม? ในมุมมองของผมสรุปออกมาได้ 10 ข้อ

1.เรื่องราวและคอนเซ็ปต์ของแบรนด์มีความน่าสนใจ กว่าแบรนด์อื่นๆในท้องตลาด
2.งานดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ และความเฉพาะของลวดลายบนผ้าใบ ที่ทำให้กระเป๋าทุกใบแตกต่าง เป็นหนึ่งเดียว
3.คุณภาพความคงทนในการใช้งาน กระเป๋าสามารถเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนได้จริง
4.ราคาสมเหตุสมผล เมื่อคำนึงถึงคอนเซ็ปต์ กระบวนการคิด การผลิต การสร้างแบรนด์ การขนส่ง กระเป๋า FREITAG ไม่ได้มีราคาถูก แต่ก็ไม่ได้แพงเกิน ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ แต่จะเจอกระเป๋าที่ชอบหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง
5.การสร้างสังคมของผู้คนที่ชื่นชอบและสะสมสินค้าของแบรนด์ ลูกค้าของแบรนด์ส่วนใหญ่รู้จักกระเป๋าจากการที่เพื่อนใช้ เพื่อนแนะนำ เพื่อนพามาซื้อ
6.สินค้าสามารถขายต่อได้ บางใบมีมูลค่าสูงขึ้นตามความต้องการของตลาด กระเป๋าลวดลายหายาก เช่น ลายการ์ตูน หรือกระเป๋าสีเรียบๆอย่างสีดำ กลายเป็นกระเป๋าที่ได้รับความต้องการในตลาด และมีราคาขายต่อที่สูงขึ้น แม้แต่กระเป๋าธรรมดาๆ ถ้าเป็นใบที่ต้องการของนักสะสมก็สร้างมูลค่าเพิ่มได้เช่นกัน
7.ผู้ใช้งานสามารถแสดงตัวตนผ่านลวดลายสีสันของกระเป๋าที่ใช้ได้เป็นอย่างดี เพราะทุกใบมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนกัน การจะเจอกระเป๋าที่ถูกใจก็ต้องใช้เวลาตามหา คัดเลือก สะท้อนตัวตนผ่านการเลือกแนวทางของผ้าใบที่นำมาผลิตกระเป๋า
8.ในประเทศไทยมีการกระจายสินค้าไปยังร้านต่างๆของผู้นำเข้าและมีร้านหลัก ที่แสดงคอนเซ็ปต์ของแบรนด์อย่างครบวงจร และถือเป็นสาขาใหญ่ที่สุดอีกแห่งในเอเชีย มีสินค้าให้เลือกเยอะ หลากหลาย
9.มีการทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดงาน และการตลอดออนไลน์ ที่เป็นธรรมชาติ สม่ำเสมอ และเข้าถึงได้ง่าย
10.ความภาคภูมิใจในการครอบครอง เพราะการจะเลือกซื้อกระเป๋าที่ถูกใจต้องใช้เวลาตามหา ดีเทลของผ้าใบแต่ละใบไม่เหมือนกัน เมื่อได้มาครอบครองใบที่ถูกใจ จึงมีพลังในการแชร์ต่ออย่างมหาศาล ทั้งการโพสต์รูป การเล่าเรื่องที่มาที่ไป และความภูมิใจนี้ยังสร้างความสุขให้กับผู้เป็นเจ้าของกระเป๋าอย่างมหาศาลอีกด้วย

เสน่ห์ของ FREITAG คือ การต้องตามหากระเป๋าที่ชอบ และความไม่ได้ดูใหม่ของกระเป๋า ความเก่านิดๆเป็นความสวยงามที่ต้องใช้เวลาที่เกิดขึ้นจากการเดินทางของรถบรรทุก ส่วนสิ่งที่ทำให้ผมชอบใช้กระเป๋า คือ ความทนทาน การดูแลรักษาง่าย และใช้งานได้ดีเยี่ยมในชีวิตประจำวัน พร้อมที่จะลุยไปกับเราทุกที่ ทุกสถานการณ์ หากเป็นกระเป๋าแบรนด์อื่นๆ ผมสามารถไลน์ไปบอกหน้าร้านให้เก็บไว้ได้เพราะทุกใบเหมือนๆกันแต่สำหรับ FREITAG  ผมไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ เพราะต้องรู้สึกชอบเองก่อน ถึงจะซื้อได้ ยังต้องใช้ความรู้สึกและหัวใจในการสัมผัสกับกระเป๋า ตอนที่ผมได้กระเป๋า LASSIE ใบนี้มา หัวใจผมเต้น ตึกๆๆๆ..... อารมณ์เหมือนเจอลูกชาย แล้วอยากให้พ่อพากลับบ้าน ทั้งๆที่มีกระเป๋ารุ่นนี้อยู่เต็มร้าน แต่หัวใจของผมเลือกใบนี้ เค้าอาจจะไม่ได้หล่อที่สุด ไม่ได้ดีที่สุด แต่ผมก็รักในความไม่ได้สมบูรณ์แบบในแบบที่เค้าเป็น......

สามารถเข้าไปชมรีวิวกระเป๋า FREITAG ใบนี้ได้ที่นี่เลยครับ >>  รับชม

ake ake เปิดตัวมหาวิหารแห่งใหม่ พร้อมกับงานดีไซน์เครื่องเงินชิ้นพิเศษ ตอกย้ำความเป็นเบอร์ 1 ของประเทศไทย !!!



ถ้าใครมีโอกาสเดินผ่านที่สยามเซ็นเตอร์ จะต้องสะดุดตากับขนาดของร้านเครื่องเงินแบรนด์ ake ake (เอก เอก) ที่มีการขยายพื้นที่กว่าเท่าตัว สะกดสายตาให้หยุดมองเครื่องประดับเงินที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงสุดทั้งในและต่างประเทศ เรียกว่าบนหน้านิตยสารชั้นนำของประเทศไทย ต้องมีชิ้นงานของแบรนด์ ake ake ขึ้นปกมาแล้วเกือบทุกเล่ม ยังไม่รวมถึงศิลปินดาราและเหล่าคนดังที่เป็นแฟนของแบรนด์อย่างเหนียวแน่น


มหาวิหารแห่งความเฟียซใจกลางกรุง มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า  “The Great Chapel” บนพื้นที่กว่า 100 ตารางเมตร ที่ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ เนรมิตขึ้นเป็นมหาวิหารสไตล์ยุคกลางแห่งความเฟียซ ด้วยจุดเด่นของผนังอิฐปราสาทและวงกบโบสถ์ พร้อมหุ่นอัศวินเอกลักษณ์ประจำแบรนด์ “คุณวิลเลี่ยม” (มีที่มาจากชื่อกษัตริย์ผู้บุกเบิกก่อตั้งประเทศในยุโรปยุคกลาง) มานั่งบนเก้าอี้สวดมนต์ในโบสถ์ยุคกลางหรือ Pews ประดับด้วยสัญลักษณ์ประจำแบรนด์สุดดุดันอย่าง Fierce-de-lis ให้ทุกท่านเข้ามานั่งถ่ายรูปร่วมได้อย่างสนุกสนาน สะท้อนวัฒนธรรมงานฝีมือยุคกลางได้เป็นอย่างดี แนวการตกแต่งวิหารแบบ Medieval ที่เป็นเอกลักษณ์


เหมือนเข้าไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ยุคกลางสำหรับชื่นชมงานศิลปะ นอกจากชิ้นงานเงินแท้ ยังมีของตกแต่งจากอังกฤษที่คัดสรรมาอย่างดี โดยเฉพาะภาพผ้าลายปักโบราณ (Tapestry) อันหายาก


คุณเอก โชติอนันต์ กิตติรวีโชติ เจ้าของแบรนด์กล่าวถึงที่มาของการขยายร้านครั้งใหญ่นี้ว่า “เป็นการตอบแทนทุกท่านที่ชื่นชมและติดตามผลงานทางศิลปะของ ake ake จนได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จในหลายประเทศ โดยเฉพาะร้านที่สยามเซ็นเตอร์ที่ทั้งคนไทยและต่างชาติต่างเข้ามาชื่นชมชิ้นงานมากมาย ทำให้เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการขยายพื้นที่ต้อนรับเพื่อให้ยังคงมาตรฐานการให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง


เพื่อเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของแบรนด์เครื่องเงินเบอร์ 1 ของประเทศไทย จึงมีการเปิดตัวชิ้นงานดีไซน์พิเศษ ที่เปิดตัวในวันฉลองร้านใหม่ ที่มีชื่อว่า “Prayer Bracelet”  ด้วยแนวคิดของสร้อยประคำสำหรับสวดมนต์อ้อนวอนต่อทวยเทพในยุคกลาง เป็นเครื่องรางป้องกันตัวและนำโชค ที่ผลิตด้วยเงินอันเป็นโลหะมีค่า ที่มีความศักดิ์สิทธิ์จริงตามประวัติศาสตร์


โดยตัวประคำเงินแท้ทำมือ “Bead” ลายต่างๆ นั้น เป็นการนำเอาลายที่ละเอียดมากของ ake ake มาย่อส่วนอยู่บนชิ้นงานที่เล็กกว่าเดิมมาก เป็นความท้าทายและปฏิวัติงานฝีมือเครื่องเงินเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสัญลักษณ์สุดดุดันที่เป็นเอกลักษณ์ประจำแต่ละแชปเตอร์อันได้แก่ Fierce-de-lis, Rituals Cross, Poseidon Trident, Chaine-de-li  สำหรับราคาของชิ้นงาน Prayer Bracelet เร่ิมต้นอยู่ที่ 3,000 บาท   และชิ้นงานที่เป็น Prayer Bead เริ่มต้นอยู่ที่ 1,500  บาทต่อชิ้น


โดย Prayer Bead นี้จะทำออกมาเปิดโอกาสให้เก็บสะสมในจำนวนจำกัด และช่วงเวลาจำกัดเหมือน Collector Ring โดยไม่ทำออกมาซ้ำแบบเดิมอีก อีกจุดเด่นที่สำคัญคือ Bead และ Bracelet ที่ ake ake ใช้ตัวล็อกที่เป็นเอกลักษณ์ “Triangle Lock” นี้ สามารถนำไปใช้กับชิ้นงานของแบรนด์อื่น หรือนำ Bead ของแบรนด์อื่นมาใช้กับสร้อยข้อมือหรือสร้อยคอขอเอกเอกได้ด้วยเช่นกัน ทำให้เริ่มต้นสะสมได้ง่ายและสะดวก


จุดเด่นของแบรนด์ ที่ทำให้ ake ake ประสบความสำเร็จ คือ ความเชี่ยวชาญด้านเครื่องเงินสเตอริงทำด้วยมือแบบประณีต ด้วยโลหะเงินบริสุทธิ์มาตรฐานสากล 92.5% ที่มีคอนเซ็ปต์ handmade in Thailand และตราประทับ "AG 925” กับงานดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ และรับรู้ได้ทันทีเมื่อเห็นชิ้นงานว่าเป็นของแบรนด์ ake ake  ตลอดจนการบริการชั้นเลิศที่ได้รับคำชมจากลูกค้าทั่วโลกถึงความใส่ใจในรายละเอียดและบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม โดยเฉพาะบริการ Silver Spa ที่สามารถนำเครื่องเงินมาขัดทำความสะอาดได้ฟรีตลอดอายุการใช้งาน


ณ ชั่วโมงนี้ เครื่องเงินแบรนด์ ake ake กลายเป็นของที่ต้องมีติดตัวอย่างน้อยหนึ่งชิ้น โดยเฉพาะชิ้นงานล่าสุด “Prayer Bracelet” กำลังกลายเป็นชิ้นงานที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสุด เม็ดบีทแต่ะละเม็ดก็จะมีการผลิตจำนวนจำกัดและไม่มีการผลิตเพิ่ม เพื่อให้ได้สนุกกับการสะสมงานศิลปะที่ทรงคุณค่า ผมการันตีได้เลยว่าจะเป็นชิ้นงานที่ทุกคนชื่นชอบ เพราะขณะที่กำลังเขียนบทความชิ้นนี้กำไล “Prayer Bracelet” ก็อยู่บนข้อมือของผมเช่นกัน งานนี้ต้องขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของแบรนด์ ake ake ที่ก้าวขึ้นสู่ความเป็นผู้นำตลาดเครื่องประดับเงินอันดับ 1 ของเมืองไทย ใส่แล้วคุณจะรู้สึกเฟียซอย่างแน่นอน !!! 

พบกับรีวิวชิ้นงาน “Prayer Bracelet” เวอร์ชั่น Youtube อย่างละเอียดได้ที่นี่ >>> Click
________________________
#akeake the Great Chapel อยู่ที่ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ โทรศัพท์ 02-251-4922 หรือติดต่อทางไลน์ไอดี @akeake และติดตามอินสตาแกรมได้ที่ @akeakethailand

iDEAL OF SWEDEN สุดยอดความหรูหราของเคสลายหินอ่อนระดับโลก



ในยุคที่แฟชั่นไม่ได้หยุดอยู่แค่เสื้อผ้า แต่รวมไปถึงเคสใส่โทรศัพท์มือถือที่บ่งบอกไลฟ์สไตล์ความเป็นตัวตนของเราได้เป็นอย่างดี ผมเป็นคนหนึ่งที่ต้องใช้โทรศัพท์มือถือในการทำงาน ทั้งติดต่องาน ถ่ายภาพ เขียนอีเมล ตลอดจนใช้เพื่อความบันเทิงในการรับชมรายการต่างๆ 

มือถือได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญของชีวิต แน่นอนว่าสิ่งที่จะช่วยทำให้ผมรู้สึกพิเศษและแตกต่าง คือ การได้เลือกแมทช์สีของเคสมือถือ ให้เข้ากับเสื้อผ้าในแต่ละวัน อาจจะเป็นดีเทลเล็กๆที่หลายคนมองข้าม แต่รับรองได้ว่า จะช่วยสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่พบเห็นได้เป็นอย่างดีครับ ช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพของเราให้ดูเป็นคนที่ใส่ใจรายละเอียด และทำให้เรามีความสุขทุกครั้งเวลาที่เราได้เปลี่ยนเคสไปตามอารมณ์และการแต่งตัวในแต่ละวัน


ส่วนตัวแล้วผมเป็นคนชื่นชอบลวดลายของหินอ่อน ที่ให้ความรู้สึกหรูหรา สง่างาม และเข้มแข็งในเวลาเดียวกัน ซึ่งเคสที่ผมเลือกใช้เป็นของแบรนด์ iDEAL OF SWEDEN เพราะตอบโจทย์ในเรื่องคุณภาพและงานดีไซน์ โดยเฉพาะลายหินอ่อนที่มีสีให้เลือกเยอะมาก ชนิดที่ว่าอยากได้สีอะไร หินอ่อนประเภทไหน ก็มีให้เลือกครบทุกสี สำหรับสีแรกที่ผมอยากจะแนะนำเป็นสีแดง ชื่อหินอ่อนว่า SCARLET RED MARBLE โดยจะมีเนื้อหินสีแดง และลวดลายสีขาวที่ตัดกันอย่างลงตัว โดยผมเลือกใส่กับเสื้อยืดสีแดงเข้ม เพื่อให้ทุกครั้งที่หยิบใช้โทรศัพท์มือถือก็จะดูโดดเด่นเสมอ สีแดงเป็นตัวแทนของ : ความรัก ความหลงใหล ความตื่นเต้น เป็นสีที่แสดงถึงพลังอำนาจ ชื่อเสียง และลาภยศได้เป็นอย่างดี

 

สีที่สองที่ผมใช้เป็นประจำ เป็นเคสหินอ่อนที่ชื่อว่า PORT LAURANT MARBLE ซึ่งถือว่าเป็นเคสอันแรกที่ทำให้ผมได้รู้จักกับแบรนด์ iDEAL OF SWEDEN สีของหินอ่อนเป็นสีน้ำเงินเข้ม ตัดกับเส้นสีทอง ที่ให้ความรู้สึกหรูหราอย่างที่สุด เข้ากับเสื้อเชิ้ตทำงานสีน้ำเงินเข้มที่ใส่เป็นประจำได้อย่างลงตัว สีน้ำเงินเป็นตัวแทนของ : ความสงบ ความมั่นคง ศรัทธา และสติปัญญา จึงเป็นเคสที่ผมใช้ในการติดต่องานเป็นประจำและใช้บ่อยที่สุดครับ

 

สีลำดับที่สาม ซึ่งถือเป็นสียอดนิยมของหนุ่มๆ นั่นก็คือ สีของหินอ่อนที่ชื่อว่า BLACK MARBLE  เข้ากับตัวเครื่อง iphone X ของผมที่สุดเช่นกัน สีดำเป็นตัวแทนของ : พลังอำนาจ ความรอบรู้  ความเป็นทางการ และหน้าที่การงาน  จึงถือว่าเป็นสีที่สุภาพที่สุดและใช้ได้กับทุกโอกาส ลายหินอ่อนจะมีสีขาวตัดสลับ ช่วยให้สีดำดูผ่อนคลายขึ้น สามารถใช้กับเสื้อผ้าได้ทุกสีที่ต้องการ


ลำดับที่สี่ หินอ่อนสีชมพู ที่มีชื่อว่า PILION PINK MARBLE สีชมพู เป็นตัวแทนของ : ความรัก ความอ่อนโยน จิตใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ อาจจะเป็นสีที่หนุ่มๆไม่กล้าหยิบใช้ แต่เราก็สามารถใช้แมทช์กับเสื้อโปโลสีชมพูอ่อนได้เช่นกันครับ อาจจะใช้ในวันพิเศษที่ไปทานข้าวกับครอบครัวหรือคนที่เรารัก รับรองว่าจะช่วยให้หนุ่มๆดูละมุนขึ้น แต่ยังให้อารมณ์ของความหรูหราและความเป็นสุภาพบุรุษที่จิตใจอ่อนโยนอีกด้วย


ลำดับที่ห้า หินอ่อนที่ชื่อว่า ROYAL GREY MARBLE สีเทาของหินอ่อน ตัดกับเส้นสีทอง ช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่หยิบมาใช้งาน ผมเลือกแมทช์กับเสื้อสีเทาอ่อน กางเกงสีเทาเข้มและรองเท้าสีน้ำเงินเข้ม สีเทาเป็นตัวแทนของ : ความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และสติปัญญา


ลำดับที่หก หินอ่อน CARRARA GOLD เป็นหินอ่อนเนื้อสีขาว ตัดกับเส้นทองที่แทรกอยู่ในหิน ถือว่าเป็นที่สุดของความแพงและหายาก ในอดีตนั้นใช้ในการแกะสลักรูปปั้นต่างๆ หรือใช้ในการตกแต่งประดับอาคาร ผมเลือกใส่แมทช์กับเสื้อเชิ้ตทำงานสีขาว และกางเกงสีเทาเข้ม ทุกครั้งที่หยิบขึ้นมาใช้ก็จะให้ความรู้สึกพิเศษ สะอาดหมดจด และสง่างาม สีขาวเป็นตัวแทนของ : ความบริสุทธิ์ สันติภาพ ความดีงามและความเรียบง่าย นอกจากนี้ใครที่ชอบสีขาวล้วนก็จะมีลายหินอ่อน WHITE MARBLE  ให้เลือกอีกด้วย


และสีลำดับสุดท้ายที่ผมอยากแนะนำที่สุด คือ หินอ่อน MIDNIGHT BLUE MARBLE เป็นหินอ่อนที่ประกอบด้วยสีเทาเข้ม สีทอง และสีขาว เข้ากับเสื้อผ้าได้ทุกชุดทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่งเป็นสีที่ผมไม่เคยเห็นแบรนด์ไหนเลือกทำมาก่อน มีเพียงเคสของ iDEAL OF SWEDEN ที่เลือกทำสีนี้ จึงเป็นสีที่น่าสะสมในคอลเลคชั่นหินอ่อนมากที่สุด ผมเลือกแมทช์กับสูทสีฟ้าอ่อน  เชิ้ตสีขาว และใส่ผ้าเช็ดหน้าสีน้ำเงินในกระเป๋าสูท ให้ความรู้สึกพิเศษและแตกต่างอย่างที่สุด


การใส่ใจรายละเอียดเพียงเล็กน้อย ก็ช่วยเพิ่มความรู้สึกของการใช้งานโทรศัพท์มือถือเครื่องโปรดได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบงานดีไซน์เคสมือถือคุณภาพ ชื่นชอบลวดลายของหินอ่อนที่สวยงาม คลาสสิก ไร้กาลเวลา และมีสีสันให้เลือกมากมาย จนกลายเป็นแบรนด์ที่เหล่าแฟชั่นบล็อกเกอร์ชั้นนำทั่วโลกเลือกใช้ และพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าดีมาก! ผมเลยอยากแวะมาคอนเฟิร์มถึงคุณภาพของชิ้นงาน  ความใส่ใจรายละเอียดในการผลิต และสัมผัสที่ดีเยี่ยมของการหยิบใช้ ที่แบรนด์ iDEAL OF SWEDEN ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบจริงๆครับ...

________________________

สามารถสั่งซื้อเคส  iDEAL OF SWEDEN  จากผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการได้ที่

SHOPPE : กดสั่งซื้อ   CLICK
LAZADA : กดสั่งซื้อ  CLICK
425DEGREE : กดสั่งซื้อ CLICK

me ISSEY MIYAKE (มี อิซเซ่ มิยะเกะ)



แบรนด์ me ISSEY MIYAKE (มี อิซเซ่ มิยะเกะ) ถือกำเนิดขึ้นในคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2001 โดยมีที่มาจากแนวคิดที่ว่า “ความเบา และกะทัดรัด สไตล์ลิ่งได้ง่าย ดูแลง่าย และเสื้อผ้าที่ทำให้ชีวิตสบายขึ้น” me ISSEY MIYAKE มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในฐานะเสื้อทีเชิ้ตแห่งศตวรรษที่ 21 โดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่มีน้ำหนักเบา พกพาสะดวก ใส่ได้หลายโอกาส สวมใส่สบาย และทำความสะอาดง่าย เป็นแฟชั่นที่ได้รับความนิยม ในวงกว้าง ด้วยเป้าหมายในการนำความสุขมาให้กับผู้สวมใส่ แบรนด์ me ISSEY MIYAKE จึงพัฒนาวัสดุเนื้อผ้าที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร พร้อมทางเลือกในส่วนของสีสัน และลายพิมพ์อันหลากหลาย เพื่อนำเสนอเสื้อผ้าที่สามารถใส่ได้ในทุกสถานการณ์ตลอดทั้งปี อีกทั้งยังบ่งบอกถึงวิถีชีวิตประจำวันของผู้สวมใส่ ปัจจัยที่ทำให้แบรนด์ me ISSEY MIYAKE แตกต่างจากไลน์สินค้าอื่นๆ ก็คือ          me ISSEY MIYAKE เป็นการพัฒนาพลีตที่สามารถยืดหดได้หลายทิศทาง ‘multi-direction elastic pleats’ ผสมผสานกับเทคนิคอันล้ำสมัย และเนื้อผ้าที่สะท้อนถึงนวัตกรรมใหม่ๆ


“REAL TABLET”

และในที่สุด me ISSEY MIYAKE POP UP ก็ได้เดินทางมาถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย ภายใต้คอนเซปต์ของ REAL TABLET ที่มีการตกแต่งและดีไซน์อันโดดเด่นด้วยการขยายส่วนของแคตตาล๊อก Tablet ขึ้นมาให้เท่ากับสินค้าจริง เพื่อให้ทุกท่านได้เพลิดเพลินไปกับโลกของ me ISSEY MIYAKE ได้อย่างเต็มที่

แคตตาล๊อก Tablet ที่เต็มไปด้วยคอลเล็กชั่นของ me ISSEY MIYAKE เสื้อผ้าและกระเป๋าของเราจากภายในแคตตาล็อก Tablet กำลังรอคุณไปค้นพบและสวมใส่ เรากำลังมองหาไอเท็มที่พาเราออกนอกกรอบ


STRETCH PLEATS

คือไอเท็มระดับตำนานของ me ISSEY MIYAKE ที่สร้างสรรค์มาตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี
โดยมีสินค้าเป็นพลีตสุดประณีตที่สามารถยืดหยุ่นทั้งแนวตั้งและแนวนอน ดังนั้นจึงทำให้สามารถขยายได้ทั้ง 2 ทิศทางโดยขนาดออริจินัลก่อนทำเป็นผ้าพลีต อยู่ที่ราวๆ 4 เท่าของไอเท็มจริง ทุกคนจึงสามารถใส่เสื้อพลีตของ me ISSEY MIYAKE ได้ ไม่ว่าจะมีรูปร่างแบบใดเสื้อผ้ามีน้ำหนักเบา ยากต่อการยับ และพกพาสะดวกเสื้อผ้าซักง่าย และแห้งไว เหมาะแก่การเอาไปท่องเที่ยว

  
A-POC PLEATS

คือวิธีการสร้างสรรค์ชุด โดยการขึ้นรูปเป็นทรงกระบอกโดยใช้เทคนิคเฉพาะของแบรนด์ ดังนั้น จึงสามารถรังสรรค์เสื้อผ้าได้ในขณะที่ถัก แต่พลีตในแบบนี้จะมีความพอดีตัวน้อยกว่าและนิ่มกว่าแบบ STRETCH PLEATS

*A-POC = “A-POC” มาจากคำว่า “A Piece Of Cloth” และหมายถึงแนวคิดของ “ยุค” การสร้างสรรค์เสื้อผ้าจากผ้าหนึ่งชิ้น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในคติสำคัญของ ISSEY MIYAKE INC.


 SOLID BAG

เป็นกระเป๋ามีพื้นผิวเรียบและแข็งแรง รูปทรงของกระเป๋าจะเปลี่ยนไปตามการใช้งาน มาพร้อมกับสีสันอันหลากหลายความโดดเด่นของกระเป๋า ผ่านกระบวนการผลิตด้วยเทคนิคพิเศษ ในส่วนของกระเป๋าถูกถักขึ้นมาจากเส้นด้ายแบบบางชนิดพิเศษและใช้วิธีการทำให้กระเป๋าหดย่นเป็นขนาด 1 ใน 4 ของขนาดปกติแล้วจึงย้อมเพื่อให้เสร็จสิ้นกระบวนการโดยระยะเวลาของการผลิตกระเป๋าหนึ่งใบ ใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง ขั้นตอนเป็นไปอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพจึงทำให้ผลิตกระเป๋าจำนวนไม่มากในแต่ละวัน


ความเรียบง่ายแต่ผ่านกระบวนการความคิดมาอย่างดี ถือเป็นหัวใจของแบรนด์  me ISSEY MIYAKE  สำหรับผมแล้วเป็นแบรนด์ที่ตั้งใจผลิตสินค้าอย่างมีคุณภาพสูงสุดในทุกมิติ ใส่ได้นาน คุ้มค่ากับการลงทุนและเป็นงานศิลปะชั้นดีที่จะประดับอยู่บนร่างกายของทุกคน ที่สำคัญราคายังน่ารักและจับต้องได้อีกด้วยครับ...

DIESEL'S HATE COUTURE แคมเปญที่จะทำให้คุณกล้าเผชิญกับคำวิจารณ์



แคมเปญล่าสุดของแบรนด์ DIESEL ถือว่าเป็นกระแสที่โด่งดังไปทั่วโลก เพราะหยิบเอาประเด็นคำวิจารณ์บนโลกออนไลน์ของเหล่าคนดังทั่วโลก มาเล่นเป็นข้อความบนเสื้อยืดในแคมเปญพิเศษนี้ โดยที่แต่ละประเทศจะเชิญดาราที่มีชื่อเสียงและมักจะมีคำวิจารณ์แรงๆบนสื่อต่างๆมาร่วมแคมเปญ และให้แต่ละคนได้เลือกข้อความที่สะท้อนเสียงวิจารณ์ มาเขียนบนเสื้อยืดของตัวเอง


โดยประเทศไทยเองก็ได้เชิญดาราที่มีชื่อเสียงมาร่วมแคมเปญด้วยเช่นกัน  ข้อความต่างๆจึงถูกเขียนอยู่บนเสื้อของแต่ละคน ซึ่งก็มีความหมายแตกต่างกันออกไป สามารถชมได้จากภาพด้านบนครับ


และสำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าของแบรนด์ DIESEL ก็จะได้รับเสื้อยืดให้เขียนข้อความที่ตัวเองมักจะถูกวิจารณ์ลงบนเสื้อได้เช่นกัน ผมมองว่าแคมเปญนี้ได้สะท้อนให้เราได้มองเห็นกระแสที่คนมักจะมองเรา และเราจะข้ามกระแสนั้นไปอย่างไร ไม่ว่าคุณจะเป็นเพียงคนธรรมดา หรือ มีชื่อเสียง ทุกคนย่อมมีความรู้สึกเหมือนกัน


สำหรับความเด็ดของแบรนด์ ก็อยู่ที่การเลือกคำที่แบรนด์มักจะได้ยินมาบ่อยๆ เช่น คำว่า  DIESEL น่ะตายไปแล้ว  หรือ DIESEL ไม่เห็นจะเจ๋ง ไม่ได้ดูเท่เหมือนเดิมแล้ว และคำวิจารณ์เหล่านี้ก็จะมาปรากฏอยู่ในคอลเลคชั่นเสื้อผ้าของแบรนด์เช่นกัน แต่สิ่งเหล่านี้ กลับทำให้แบรนด์ปรับตัว ปรับการออกแบบให้ดูสนุกขึ้น เหมาะกับคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น สิ่งที่ผมได้จากแคมเปญนี้ คือ การที่เราจะกล้าเผชิญกับคำวิจารณ์ที่เกิดขึ้น แล้วเอาคำเหล่านั้นมาพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น จนเป็นที่ยอมรับ แล้วถ้าเป็นคุณผู้อ่านละครับ จะเลือกเขียนคำไหนลงบนเสื้อยืดตัวนี้ ?

MARTINPHU : รีวิวเคสมือถือลายหินอ่อน PORT LAURENT MARBLE ของแบรนด์ IDEAL OF SWEDEN



ตั้งแต่ต้นปี 2018 ที่ผ่านมา ผมใช้โทรศัพท์ iPhone X ในการทำงานมาโดยตลอด เรียกว่าโทรศัพท์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต จนวันนึงผมรู้สึกว่าอยากจะทำยังไงให้โทรศัพท์ของตัวเองดูแตกต่าง มีสไตล์ และยังคงความหรูหราในแบบที่ตัวเองชอบ จนผมไปเจอเคสโทรศัพท์ลายหินอ่อนในเว็บของต่างประเทศ แน่นอนว่าสีที่ต้องเลือกก่อน จะต้องเป็นสีดำ แต่บังเอิญผมไปเจอสีที่มีชื่อว่า PORT LAURENT MARBLE ซึ่งถือเป็นสีของหินอ่อนที่มีราคาสูงและหายาก เพราะเนื้อหินอ่อนเป็นสีดำ และจะมีเส้น “Golden Veins สีทองและสีน้ำเงินแทรกอยู่ในเนื้อหิน” ซึ่งมักจะใช้ในการตกแต่งภายในของสถาปัตยกรรมที่ให้ความหรูหราเป็นพิเศษเท่านั้น


เมื่อลองเช็คสินค้าในประเทศไทยก็พบว่ามีวางจำหน่ายที่  Studio7 ,  iStudio by spvi เลยลองแวะเข้าไปดูของจริง ซึ่งเป็นเคสโทรศัพท์ที่สวยมากครับ เป็นของแบรนด์ IDEAL OF SWEDEN เป็นแบรนด์คุณภาพจากประเทศ SWEDEN ซึ่งผมยังไม่ค่อยเห็นรีวิวเป็นภาคภาษาไทย เลยอยากจะแวะมารีวิวเผื่อใครที่กำลังมองหาเคสลายหินอ่อนสวยๆไปใช้กับ iPhone X


บริเวณหน้ากล่องจะเป็นรูปของเคส ที่โชว์ความสวยงามของสีสันของหินอ่อน PORT LAURENT MARBLE จะมีโลโก้ IDEAL OF SWEDEN สลักสีทองประทับอยู่ที่ส่วนล่างของเคสโทรศัพท์  บริเวณด้านข้างซ้ายของกล่องจะมีภาพบอกถึงคุณสมบัติของเคส ว่ามีน้ำหนักเบา มีความบาง เป็นงานออกแบบของแบรนด์ที่เป็น Swedish Design และสัญลักษณ์ Free of  Pollutants ทำให้สบายใจได้ว่าสินค้าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มุมด้านล่างกล่องจะมีรูปธงเล็กๆไว้สำหรับเปิดกล่องซึ่งมีฝาพับเป็นแม่เหล็กในตัว


เมื่อเปิดกล่องดูด้านในเราจะเห็นฟังก์ชั่นพิเศษที่อธิบายไว้บริเวณด้านซ้ายมือ เคสของ IDEAL OF SWEDEN รุ่นนี้จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างจากเคสของแบรนด์อื่นๆตรงที่สามารถใส่กับเคส Wallet ของแบรนด์ได้ ซึ่งจะมีช่องใส่บัตรมาเพิ่ม โดยจะยึดกันด้วยแม่เหล็ก  วันไหนเราอยากจะ Mix & Match กับเคสแบบฝาพับเพื่อเพิ่มช่องใส่บัตรก็ทำได้เลย ผมชอบไอเดียตรงนี้มากครับ เพราะบางวันไม่อยากพกกระเป๋า เราก็อาจจะนำไปใช้กับ Wallet ของแบรนด์ได้เลย สมกับเป็นงานดีไซน์ของ SWEDEN จริงๆ ไว้มีโอกาสไปซื้อ Wallet มาเพิ่มแล้วจะรีวิวให้อ่านกันนะครับ


ส่วนตัวเคสต้องบอกเลยว่าสัมผัสได้ถึงวัสดุที่ดีเยี่ยม หรูหรา มองแล้วเหมือนกับหินอ่อนจริงๆ ด้านในจะบุด้วยกำมะหยี่ชนิดละเอียด ที่สลักโลโก้ของแบรนด์ไว้เช่นกัน และมีป้ายอธิบายถึงแคมเปญของแบรนด์ที่อยากจะให้ผู้ใช้ร่วมแชร์ภาพถ่ายลงโซเชียลมีเดีย ผ่านแฮชแท็ก #idealofsweden เพื่อลุ้นรับรางวัลประจำเดือนของแบรนด์อีกด้วย


เคสของ IDEAL OF SWEDEN จึงเป็นเพียงมากกว่าเคสสำหรับใส่มือถือ แต่ถือเป็นแฟชั่นไอเทมที่เหล่าแฟชั่นนิสต้าทั่วโลกเลือกที่จะเก็บสะสมในแต่ละคอลเลคชั่น เพื่อนำไปใส่กับเสื้อผ้าในแต่ละลุคสร้างความสนุกเวลาที่เราแต่งตัว หยิบขึ้นมาถ่ายรูปเซลฟี่หน้ากระจก ทุกครั้งเวลาที่เราเห็นเคสแมทช์กับเสื้อผ้า ภาพถ่ายเหล่านั้นจึงถูกโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย จนกลายเป็นกระแสที่ได้รับความนิยมตลอดมา ความหรูหราและพรีเมี่ยมของวัสดุทำให้ IDEAL OF SWEDEN แตกต่างจากเคสทั่วไปในท้องตลาด และกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทยด้วยเช่นกัน เคสดีไซน์ที่ดูหรูหรา จึงช่วยเสริมบุคลิกภาพที่ดีให้กับผู้ใช้งาน และยังสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่พบเห็น อย่างวันนี้ผมเลือกใส่เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มซึ่งเป็นสีโปรดที่ผมใส่เป็นประจำ แมทช์กับเคสลายหินอ่อน PORT LAURENT MARBLE ได้อย่างลงตัว เข้ากับนาฬิกาและเครื่องประดับที่ใส่ได้เป็นอย่างดี


รีวิวความรู้สึกหลังใช้งานจริง : สิ่งแรกที่ผมรู้สึกคือ เหมือนได้ใช้โทรศัพท์ใหม่ เปลี่ยนบรรยากาศจากโทรศัพท์เครื่องเดิม ให้ดูหรูหราขึ้น และมีความพิเศษด้วยลายหินอ่อน PORT LAURENT MARBLE มีความรู้สึกว่าเวลาถือแล้วคุยโทรศัพท์จะรู้สึกโก้มาก อยากจะโชว์ลายหินอ่อนสวยๆ แล้วเวลาใส่เข้าไปในกระเป๋าคลัทช์สีดำที่ผมใช้ทุกวันก็รู้สึกลงตัวมากครับ ใช้งานจับถนัดมือ ไม่ลื่น และที่ชอบที่สุดคือ “เวลาที่เราวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ แล้วได้เห็นลวดลายของหินอ่อน” ผมว่าตรงนี้คือ สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกหลงรักเคสอันนี้เป็นพิเศษ ยิ่งใช้แล้วรู้สึกยิ่งชอบ เลยอยากจะมาเขียนรีวิวให้ผู้อ่านทุกท่านได้สัมผัสกันครับ


บางครั้งผมรู้สึกว่าของชิ้นเล็กๆที่เราใส่ใจรายละเอียดในการเลือก ทั้งดีไซน์ คุณภาพ และฟังก์ชั่นที่คุ้มกับราคาที่เราจ่ายไปในหลักพันกว่าบาท ทำให้ทุกวันของเรามีความสุขและยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจดีๆให้กับเราด้วยเป็นสิ่งที่คุ้มค่ามาก ลองหาเคสมือถือที่ใช่ในแบบที่ชอบดูครับ รับรองว่าคุณจะมีความสุขเพิ่มมากขึ้นจากเรื่องเล็กๆที่คาดไม่ถึง...

_____________________________

สามารถสั่งซื้อเคส  IDEAL OF SWEDEN  จากผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการได้ที่
SHOPPE : กดสั่งซื้อ  >>> CLICK
LAZADA : กดสั่งซื้อ  >>> CLICK
425DEGREE : กดสั่งซื้อ >>> CLICK

CK CALVIN KLEIN FALL 2018



ตั้งแต่ดิจิทัลครอบครองโลก ตัวตนที่เคยเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคลก็อันตรธานหายไป เกิดเป็นการผสมผสานหลากบุคลิกภาพเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียวจนกลายเป็นธรรมเนียม คอลเล็กชั่น CK CALVIN KLEIN FALL 2018 จึงตั้งใจนำเสนอจักรวาลที่เต็มไปด้วยการประกอบขึ้นของวัฒนธรรมและสิ่งอ้างอิงมากมายที่นำมาหลอมรวมจนเกิดขึ้นเป็นสิ่งใหม่ ที่ต่างจากบริบทดั้งเดิม

ฤดูกาลนี้ ต้นแบบเสื้อผ้า CK CALVIN KLEIN จึงได้รับการปรับโฉมและทำขึ้นใหม่ทั้งเพื่อรังสรรค์ความแปลกใหม่ และสร้างสรรค์ความเป็นเอกลักษณ์ขึ้นมาในเวลาเดียวกัน  โดยหยิบเอาวัฒนธรรมของหลายกลุ่มก้อนมาสรรสร้าง ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมของวัยรุ่น ความอเมริกัน ความสวยงามของชุดนักเรียน ชุดพนักงาน รวมไปถึงเสื้อผ้าของชนชั้นแรงงาน


สำหรับคอลเล็กชั่นผู้หญิง มีการนำเอาสูททางการ และผ้าวูลสุดแสนคลาสสิค มาผสานกับแรงบันดาลใจจากศิลปะในการรังสรรค์ โดยด้านโครงร่าง ทีมดีไซเนอร์ใช้สัญลักษณ์แบบอเมริกาน่า ทั้งลายพิมพ์ดอกไม้สีขาว เชิ้ตสไตล์ตะวันตก การผสมผสานลายพิมพ์ดอกไม้กับลายตาราง การปักลายขี่ม้าและลายล่อวัวกระทิง รวมไปถึงฟรินช์ (Fringe) ขณะเดียวกันก็แฝงสีสันสดใส พร้อมกลิ่นอายความหรูผ่านผ้าไวนิลเปล่งประกายระยิบระยับในการทำเสื้อตัวนอก


ขณะเดียวกัน ความเป็นอเมริกาน่าก็ส่งผลมาถึงคอลเล็กชั่นสุภาพบุรุษด้วยเช่นกัน โดยนำเสนอออกมาผ่านการผสมผสานโครงร่างเสื้อผ้าของวัยรุ่น เสื้อผ้ายุค 90 และชุดทำงาน แม้วัฒนธรรมเหล่านี้จะแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นชุดคาวบอย เสื้อเทรนช์โค้ตแนวทหาร และแจ็กเก็ต Aviator เมื่อเปรียบเทียบกับชายหนุ่มในชุด Tracksuit หรือเสื้อสเวตเตอร์ลายทางแล้ว ทุกลุคมีความเหมือนกันนั่นก็คือเน้นความสำคัญในการใช้งานเป็นหลัก

Diane von Furstenberg Fall 2018



หลังจากขึ้นมากุมบังเหียนนำทีมการออกแบบ นาธาน เจนเดน (Nathan Jenden) ได้นำประสบการณ์พร้อมความคุ้นเคยกับ DVF มากว่า 10 ปี คอลเลคชั่น Fall 2018 นี้ เจนเดน เลือกถ่ายทอดความเป็นสาว DVF ผ่าน ตาร์ลิตา วอน เฟิรสเตนเบิร์ก (Talita von Furstenberg) หลานย่าคนโปรดของ ไดแอน วอน เฟิรสเตนเบิร์ก (Diane von Furstenberg) 


    “ฉันอยากจะพูดเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับผู้หญิง ณ ขณะนี้ ... ฉันเองก็มีความมุ่งมั่นมากขึ้นกว่าเดิมในการสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถของผู้หญิงเพราะนี่คือสิ่งที่สำคัญมาก เพราะ DVF ไม่ได้ออกแบบแค่เสื้อผ้าหรือเครื่องประดับให้สวยงามเท่านั้น แต่เราออกแบบมาเพื่อให้ผู้หญิงใส่แล้วมั่นใจในตัวเอง ให้เธอรักในสิ่งที่เธอเป็น พร้อมที่จะเป็นผู้นำ และดูแลคนที่เธอรักได้เป็นอย่างดี” ไดแอน วอน เฟิรสเตนเบิร์ก กล่าว  


นาธาน เจนเดน กล่าวถึงแนวคิดในการออกแบบคอลเลคชั่นนี้ว่า “เราวาดภาพถึงการเฉลิมฉลองให้กับผู้หญิง พวกเธอมีทั้งความกล้าหาญ ยืนหยัดในความเป็นตัวเอง เข้มแข็งไม่แสดงความอ่อนแอหากเธอต้องผิดหวัง สำหรับแนวคิดทั้งหมดนี้คือการแสดงเคารพต่อไดแอน, ตาร์ลิตา และต่อผู้หญิงทุกคน" 


เจนเดน มีเวลาเพียงสี่สัปดาห์ในการสร้างสรรค์ผลงาน แต่ผลลัพธ์ของความพยายามและทำงานหนักในครั้งนี้จะกลายเป็นสิ่งที่น่าจดจำสำหรับแฟนๆ คอลเลคชั่นนี้เป็นการผสมผสานระหว่างความวินเทจและความทันสมัย เริ่มจาก เจนเดน ได้นำเฮอริเทจพริ้นต์ระดับตำนานทั้ง Chain Link, Square Diamond และ Vintage Leopard มาปรากฎบนแวร๊ปเดรสที่เปรียบเสมือนลมหายใจของ DVF นอกจากนี้ ทั้งหมดจะยังมีปรากฏอยู่บนชุดจั้มสูทสไตล์ยุค1970 รวมถึงกางเกงขากว้างอีกด้วย ในขณะที่แจ็คเก็ตสไตล์วินเทจผ้าเจอซี่สีดำเรียบนำมารีดีไซน์ให้เผยด้านหลังได้สร้างความโดดเด่นน่าประทับใจเช่นกัน 


สำหรับพริ้นต์ที่ต้องจับตามองของซีซั่นนี้ที่นอกเหนือจากเฮอริเทจพริ้นต์แล้ว “แพรอท พริ้นต์” ถือว่าเป็นฮีโร่พริ้นต์ซึ่งเผยโฉมบนพรีทเดรซซิลค์ชีฟองที่ใช้ชื่อว่า Talita Midi Dress ด้านบนเป็นแขนกุดและด้านล่างเป็นพรีทลายแพรอท พริ้นต์สลับเชื่อมต่อกับสีแดงสด สวยสะกดสายตายามเคลื่อนไหวดูคล้ายฝูงนกกำลังโบยบิน


พบกับ Diane von Furstenberg (ไดแอน วอน เฟอร์สเตนเบิร์ก) หรือ DVF Shop ได้ที่ ชั้น1 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม โทร.02-252-4170, ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพรารากอน โทร.02-129-4791 ชั้น G ศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์ โทร.02-003-6410 และชั้น G ห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรี่ยม