Club 21 Siam Discovery Multi-label Store



Club 21 Siam Discovery Multi-label Store คอนเซ็ปต์ใหม่จากคลับ 21 ที่รวบรวมเอาหลายแบรนด์ยอดนิยมจากทั่วทุกมุมโลกเยอะที่สุดมากกว่า 50 แบรนด์ บนพื้นที่ Open Space ณ ศูนย์การค้าสยามดิสคัพเวอรี่ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของแฟชั่นนิสต้า รวมทั้งเปิดประสบการณ์ใหม่ในการเลือกซื้อสินค้าให้กับคนรักแฟชั่น บนพื้นที่กว่า 900 ตารามเมตร โดยมีพื้นที่ 2 ชั้น คือชั้น G – HER LAB สำหรับสุภาพสตรี และ ชั้น สำหรับสุภาพบุรุษ

 
 
ในฝั่งของเสื้อผ้าผู้หญิงบนพื้นที่ 500 กว่าตารางเมตร ได้รวบรวมแบรนด์ที่สามารถสนองสไตล์ที่หลากหลายของลูกค้า ตั้งแต่สไตล์เรียบเท่ของ Acne Studios, Cedric Charlier, DKNY , Calvin Klein Platinum สนุกสนานของ Mira Mikati, Tsumori Chisato, Peter Jensen, Stella Jean หรือแนวหวานๆอย่าง Giamba, Carven แนวสปอร์ตของ Y-3, Alexander Wang รวมไปถึงแบรนด์สุดชิกจากนิวยอร์ก 3.1 Phillip Lim, Opening Ceremony โดยที่นี่จะเน้นแบรนด์ญี่ปุ่นที่มีคาแรคเตอร์ชัดเจน อาทิเช่น Comme des Gargons Tricot, Kolor, Miharayasuhiro, Sacai , Toga Archives, Tsumori Chisato และ Y's ถือเป็นร้านที่รวบรวม Top Japanese Fashion Brands ที่ใหญ่ที่สุดไว้ในที่เดียวอีกด้วย

ในฝั่งของเสื้อผ้าผู้ชายบนพื้นที่กว่า 300 ตารางเมตร ได้คัดสรรแบรนด์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกรูปแบบ เริ่มต้นจากแนว Sport อย่าง Y-3 และเสื้อผ้าแนวสตรีทอย่าง Juun.J, Blackbarrett หรือจะเป็นเสื้อผ้าแนวมินิมอลที่ใส่ได้ในชีวิตประจำวันอย่างแบรนด์ Acne Studios, Helmut Lang, Calvin Klein Platinum และแบรนด์ที่มีลูกเล่นสีสันสดใสอย่าง Paul Smiths, Carven, Tsumori Chisato รวมไปถึงแบรนด์สุดเท่จากฝั่งอเมริกาอย่าง Thom Browne

Mark Thawin จัดงาน Hair Fashion Show สุดอลังการ


 
 
ในแวดวงช่างผมระดับมืออาชีพของเมืองไทย ต้องมีชื่อของคุณ Mark Thawin ติดอยู่ในอันดับต้นๆแน่นอน ปีนี้เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 7 ปีของร้าน MARK THAWIN Ultimate Hair Solution ในชื่องานที่ว่า Xtreamly Nihon A Very , Very Japan by Lolane 


สำหรับงานนี้ผมบอกได้เลยว่าอลังการสุด ถือเป็นงานแฟชั่นโชว์ที่ยิ่งใหญ่ในแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

จบงานแขกทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สมกับเป็นงานของคุณ MARK THAWIN จริงๆ โอกาสนี้ขอแสดงความยินดีกับคุณมาร์คด้วยนะครับ

Athena Spears Studded Leather Cuff : ake ake


สายรัดข้อมือหนังแท้ ประดับชิ้นงานเงินแท้แกะลาย Athena Spears ซึ่งเป็นสายรัดข้อมือรุ่นใหม่ล่าสุดของแบรนด์ ake ake มีดีไซน์ทั้งแบบเส้นเดี่ยว (Single) ราคา 4,900 บาท และแบบเส้นคู่ (Twin) ราคา 5,900 บาท ซึ่งผมจัดแบบเส้นเดี่ยวมาครับ ชอบมากเพราะใช้งานง่าย ดีไซน์ล่าสุด จะใช้เทคนิคการเชื่อมหนังเข้าหากันด้วยตีนตะขาบ ทำให้ง่ายต่อการสวมใส่มากครับ หนังที่ใช้คุณภาพดีมีความหนา ใส่สบายข้อมือ 


ส่วนมุดเงินรูป Athena Spears ขึ้นแกะลายได้อย่างสวยงาม มีจำนวน 6 หมุด ส่วนตัวแล้วผมชอบมาก เพราะขนาดกำลังดี ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป สำคัญที่ใส่สบายข้อมือสุดๆ ของจริงสวยมากครับ ลองแวะไปเยี่ยมชมที่้ร้าน ake ake ดูนะครับ Flagship Boutique on Siam Square soi 5 (TEL : 02-115-1410)

NAR LABS Grand Opening 2016


กรุงเทพฯ (29 ส.ค. 2559) NAR LABS Thailand ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและลดไขมันจากสหรัฐอเมริกา ร่วมกับ Men’s Health Thailand นิตยสารสำหรับคนรักสุขภาพ และการออกกำลังกายอันดับหนึ่งของเมืองไทย จัดงาน “NAR LABS Grand Opening 2016” เพื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์จาก NAR LABS อย่างเป็นทางการ


ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณภูมิวรินทร์ ชุณหะวงษ์วริศ  CEO NAR LABS ASIA เป็น ประธานการจัดงาน พร้อมร่วมพูดคุยกับนักแสดงชื่อดัง คุณอั้ม - อธิชาติ ชุมนานนท์, คุณเมจิ - อโณมา, และนักกีฬาเพาะกายและฟิตเนสจากทั่วทุกมุมโลก อาทิ โค้ชหนึ่ง - วรกร วงศกรเมือง แชมป์โลกปี 2015, คุณตีตี๋ - พรไพศาล เรืองแสงเพ็ญ, อุ้ม - กัญญาภัทร ศิริพรรค, พันจ่าตรี ดำรงค์ สร้อยศรี และนักกีฬาทีมชาติอีกมากมาย รวมถึงรับชมแฟชั่นโชว์จากหนุ่ม Men’s Health Guys’ Challenge 2016 ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและประชาชนร่วมงานเป็นอย่างมาก


คุณภูมิวรินทร์ กล่าวเสริมตอนท้ายว่า บริษัทฯ ได้ก่อตั้งทีมนักกีฬา NAR LABS Thailand ซึ่งเกิดขึ้นจากการรวบรวมนักกีฬาเพาะกายและฟิตเนสที่มีความสามารถ ทั้งนักกีฬาที่ได้รับรางวัลในรายการต่าง ๆ นักกีฬาทีมชาติไทย และนักกีฬาที่มีศักยภาพในการที่พัฒนาตัวเอง จนเกิดเป็นทีมที่แข็งแกร่ง มีการจัดระบบการบริหารทีมอย่างมืออาชีพ รวมถึงสนับสนุนเวย์โปรตีนที่ใช้ในการฝึกซ้อม และเงินรางวัลสำหรับนักกีฬามาโดยตลอด ทำให้มีนักกีฬาที่มีดีกรีเป็นแชมป์ระดับเอเชีย และแชมป์โลกปีล่าสุดอยู่ในทีม


ทั้งนี้ สำหรับคนรักสุขภาพและชื่นชอบการออกกำลังกาย รวมถึงผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ กิจกรรม และโปรโมชั่นต่างๆ ของ “NAR LABS Thailand” ได้ทาง www.narlabsthailand.com หรือ www.facebook.com/Narlabsthailand โทรสอบถาม 095 956 1616 และ 089 165 5554

ทริปสุด Exclusive ของ Club21 Thailand ในการไปชมนิทรรศการ Fit For A Queen



วันนี้ผมมีโอกาสไปทริปสุด Exclusive ของ Club21 Thailand ในการไปชมนิทรรศการ Fit For A Queen ณ พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ


วันนี้นี้เรามีนัดพบกันที่ Club21 Services ตั้งอยู่ที่ชั้น M  ของห้าง EmQuartier เวลา 8.30 น. คุณนุ่น ผู้บริหารบริษัท Club 21Thailand  กล่าวตอนร้บแขกที่จะร่วมเดินทางไปทริปสุดพิเศษในวันนี้


พร้อมบริการเสิร์ฟชากาแฟและอาหารว่างให้กับแขกทุกท่าน ก่อนจะแนะนำทีมงานที่จะคอยดูแลแขกทุกท่านตลอดการเดินทาง


วันนี้ทุกคนต่างตื่นเต้นกับรถตู้ VIP Mercedes Benz แอบกระซิบว่าแขก 12 ท่านแต่ใช้รถถึง 4 คัน เลยทีเดียวครับ ภายในรถมีตู้เย็น โต๊ะสำหรับทานอาหารว่าง ที่นั่งกว้างขวางสะดวกสบาย เพื่อเดินทางไปยังพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ


เมื่อไปถึงแขกทุกท่านก็ได้ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก โดยมีคุณไหม ปิยวรา ฑีขะระ เนตรน้อย กล่าวต้อนรับ ก่อนที่ทุกท่านจะได้เข้าไปเยี่ยมชมภายในนิทรรศการที่จัดไว้อย่างสวยงาม ซึ่งมีทั้งส่วนจัดแสดงใหม่ที่มีเรื่องราวเกียวกับ “โขน”  


มีชุดโขนแบบร่วมสมัยให้ใส่ถ่ายภาพด้วยครับ

และนิทรรศการ FIT FOR A QUEEN งามสมบรมราชินีนาถ ระหว่างเยี่ยมชมคุณโจ สุทธิรัตน์ แก้วอาภรณ์ แวะมาทักทาย เนื่องจากภายในนิทรรศการจัดแสดง ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพได้ จึงไม่มีภาพบรรยากาศภายในมาฝาก แนะนำว่ามีโอกาสให้ไปเยี่ยมชมเอง จะประทับใจในความวิจิตรงดงามครับ


ร่วมทานอาหารกลางวันสุดพิเศษ เมนูอาหารเป็นฟิวชั่นไทย ที่ห้องประชุม พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ


หลังจากดื่มด่ำกับความงดงามของฉลองพระองค์ ก็ได้เวลาทานอาหารเที่ยงร่วมกัน


สเต็กปลาหิมะฟิวชั่นซอสแกงเขียวหวาน


ของที่ระลึกสวยงามและทำให้แขกทุกคนยิ้มเมื่อแรกเห็น

ก่อนจะเดินทางกลับมายัง Club21 Services งานนี้ยังได้รับหนังสือ “งามสมบรมราชินีนาถ” เป็นที่ระลึกอีกด้วย


บริการเหนือระดับจาก Club21 Thailand 


ถือเป็นความประทับใจที่มีโอกาสได้ชม ฉลองพระองค์ในครั้งที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศในยุโรปรวม 15 ประเทศอย่างเป็นทางการ เพื่อทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาชาติ เป็นเวลานานถึง 6 เดือนเศษ ตั้งแต่ฤดูร้อนจนถึงฤดูหนาว โดยมีนายปิแอร์ บัลแมง นักออกแบบเสื้อผ้าผู้มีชื่อเสียงชาวฝรั่งเศส เป็นผู้ดูแลในการออกแบบตัดเย็บฉลองพระองค์แบบตะวันตก



ภายในนิทรรศการ ได้จัดแสดงฉลองพระองค์ ที่วิจิตรงดงาม ผ้าไหมถือเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งในการออกแบบฉลองพระองค์ งานปักเป็นของเลอซาจ จัดแสดงฉลองพระองค์ชุดกลางวัน ฉลองพระองค์ชุดราตรีสั้น ฉลองพระองค์ชุดราตรยาว พระมาลา ฉลองพระบาท ที่สวยสดงดงาม ทรงคุณค่าที่คนไทยจะได้ชื่นชมและภูมิใจใจผ้าไหมไทย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  ทรงเป็นผู้นำในการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมการแต่งกายแบบไทย รวมทั้งความงดงามของผ้าไทย ให้เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลกอย่างแท้จริง

ขอขอบคุณ Club21 Thailand  สำหรับกิจกรรมดีๆในครั้งนี้ครับ

DVF : Love Power- Fall 2016


 
“Love Power” เปรียบเสมือนนิยามบทใหม่ของ DVF-Fall 2016 Collection การเคลื่อนไหวในทวงท่าการเต้นที่ดูสง่างาม แข็งแกร่งและเต็มไปด้วยพลังจากความรัก ถูกหยิบยกมาเป็นแรงบัลดาลใจสำหรับคอลเลคชั่นนี้ที่ดีไซน์เนอร์ตั้งใจสื่อให้เห็นจากเลือกใช้โทนสีหลักได้แก่ น้ำเงินพีค็อกบลู และเทาอ่อน ด้านลายพริ้นต์อันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ก็นำเส้นสายของธรรมชาติมาสร้างเป็นผลงาน อาทิ Pirouette dot amethyst, Quartata peacock, Beads black ให้ภาพรวมเปรียบเทียบเสมือนการที่หญิงสาวออกเดินทางไปทั่วโลก ในช่วงเวลาสุดท้ายของฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูหนาว 


สำหรับคอลเลคชั่นนี้ ยังคงกลิ่นอายของยุค 1970s แต่แหวกกฎเดิมๆ ในการสวมใส่ อาทิ ชุดแร็ปเดรสที่ยาวจรดรองเท้าบู๊ตส์ ให้อารมณ์แบบโบฮีเมียนประดับพู่ระบายทำจากหนังกลับ, ในขณะที่ชุดจัมป์สูทผ้าไหมคอลึกในเฉดสีอันสดใส และเดรซตัวยาวถูกจับมาตีความใหม่ ให้ทวิตช่วงเอวจึงทำให้ชุดดูพริ้วไหวน่าจับตามองมากขึ้น เอปรอนเดรสผ้าชีฟอง กางเกงขาสั้นคัดติ้งเนี้ยบ และเสื้อประดับโบว์ ก็ถูกนำมาสวมใส่ด้วยวิธีใหม่ๆ เพื่อให้น่าสนใจมากขึ้น อาทิ เสื้อกั๊กพรินต์ลายอินทาร์เชีย ตกแต่งด้วยผ้าแจ็คการ์ดขลิบริมด้วยลูกปัด 


ลายพรินต์สามมิติบนเสื้อแจ็คเก็ตทอด้วยเส้นด้ายละเอียดและผูกร้อยจนเกิดเป็นพู่ระบาย เพื่อให้ดูหรูหรา ผ้าพันคอฟอกซ์เฟอร์ที่ถูกยกเป็นชิ้นเด่นสามารถนำคาดอยู่บนลำตัว หรือคล้องคอทั้งให้ความอบอุ่นและให้ดูลึกลับน่าค้นหา ชุดแร็ปเดรสสุดหรูหราหรูหราแต่สวมใส่ได้สบายด้วยผ้าเจอร์ซีเนื้อนุ่มมาที่เซอร์ไพรซ์ทุกคนด้วยกระโปรงที่ค่อยๆ ลดหลั่นลงไป ลายพริ้นต์ดอกไม้ขนาดเล็กช่วยสร้างความมีชีวิตชีวาให้กับชีฟองปักด้วยผ้าเมทัลลิกแจ็คการ์ด ผสานงานปักลูกปัดด้วยมือ และวิธีพิเศษขลิบริมด้วยโซ่ย้อมสีพิเศษช่วยสร้างมิติใหม่ให้กับชุดแร็ปเดรสทำจากเลื่อมสีทองที่ส่องประกายระยิบระยับ


ริมด้วยลูกไม้อายแลช (eyelash lace) และมีการไล่เลเยอร์ด้วยเฉดสีแดงทับทิม สีอะเมธิสต์ และสีคาร์นีเลียน ให้เกิดเป็นลายที่แปลกตา สลับกับเท็กซ์เจอร์ที่ทั้งแปลกใหม่ เสื้อแขนยาวที่ดีไซน์มาใหม่เพื่อสร้างสมดุลกับรอมเปอร์ช่วยเน้นสัดส่วนให้ดูเฟมินีนมากยิ่งขึ้น 

 
ในขณะที่เดรสตัวยาวคอสูงแต่เผยลูกเล่นความเซ็กซี่ให้เห็นเรียวขา และที่ขาดไม่ได้ในซีซั่นนี้ โค้ตที่ช่วยสร้างความอบอุ่น เสื้อเทรนช์ทำจากหนังแบบ Double bonded เสริมให้ลุคดูโดดเด่นและมีความอ่อนนุ่มเมื่อสวมใส่ อีกหนึ่งคีย์ลุคที่น่าจับตามองในคอลเลคชั่นนี้ ปรากฏให้เห็นบนเสื้อกั๊ก ทั้งโครงสร้าง มิติ และความคิดสร้างสรรค์ ถูกประกอบขึ้นจากแผ่นหนังในรูปทรงของก้อนกรวดสีสันสุดออร์แกนิก พิเศษมากขึ้นด้วยการตัดเย็บด้วยมือ เพื่อให้ได้งานแพ็ตช์เวิร์กสุดเพอร์เฟกซ์ เมื่อสวมเป็นเลเยอร์ทับบนเสื้อชีฟองเนื้อบางทำจากลายพรินต์เล็กๆ ที่ตัดกัน ทำให้ได้ผู้สวมใส่ได้ลุคที่มีความมั่นใจสูงสุด เมื่อจับคู่กับกระโปรงระบายก็ยากที่ใครจะละสายตาไปได้


สำหรับกระเป๋าถือในซีซั่นนี้ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ดีไซน์เนอร์ก็สร้างความแปลกใหม่อีกครั้งด้วยการนำวัสดุที่มีเท็กซ์เจอร์ต่างกันแต่มาจับคู่กันแบบไม่มีใครคาดคิด อาทิ “Love Power Fox Puff Bag” ได้รับแรงบัลดาลใจมาจากขนตาที่งอนงามของหญิงสาว ขน Fox Fur ยาวแสนลื่นมือถูกนำมาย้อมสีเป็นวัสดุหลักของตัวกระเป๋าที่เป็นทรงกลมพร้อมตกแต่งหัวซิปด้วยโซ่โลหะแวววาวจึงเปรียบเสมือนจิวเวลรี่ชิ้นงามที่คู่ใจสาวๆ, “Love Power Mini Satin Drawstring Bag” 

 
ด้วยการนำผ้าซาตินสีสดใสมาเป็นวัสดุหลักประดับโซ่เล็กๆ โลหะสีทอง สีเงิน สีดำ และสีคอปเปอร์ ทำให้กระเป๋าใบนี้เหมาะกับหญิงสาวทุกคน เพราะมีน้ำหนักเบาแต่กลับให้ความรู้สึกหรูหรา และสาวๆ ที่รักกระเป๋าแนว cross body “Love Power Saddle Bag” จะทำให้คุณประทับใจกับวัสดุที่คาดไม่ถึงด้วยการนำขนแกะมองโกเลียที่ให้ความเป็นธรรมชาติและความรู้สึกนุ่มนวลชวนฝันเมื่อสัมผัสจนอยากจะลืมเลือน  

 

พบกับ Diane von Furstenberg (ไดแอน วอน เฟอร์สเตนเบิร์ก) หรือ DVF Shop ได้ที่ ชั้น1 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม โทร.02-252-4170, ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพรารากอน โทร.02-129-4791 และชั้น G ศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์ โทร.02-003-6410 

งานเปิดตัวแชปเตอร์ล่าสุดของแบรนด์ ake ake : Poseidon’s Royal Armoury ชุดเกราะประทานจากเทพโพเซดอน



วันนี้ผมมางานเปิดตัวแชปเตอร์ล่าสุดของแบรนด์เครื่องเงินสุดหรู ake ake (เอก เอก) ที่บูติกสาขาสยามสแควร์ซอย 5 ครับ ในแชปเตอร์ล่าสุดที่มีชื่อว่า Poseidon’s Royal Armoury “ชุดเกราะประทานจากเทพโพเซดอน”

ซึ่งถือเป็นตำนานบทที่ 9 ของแบรนด์ ake ake โดยตามตำนานได้กล่าวว่า หลังจากกลุ่มอัศวินผู้ทรยศได้หนีจากห้องขังสำเร็จด้วยความช่วยเหลือของเทพโพเซดอน ผู้เป็นเทพเจ้าแห่งท้องทะเลมหาสมุทร พวกเขาทั้ง 38 คนก็ได้วิ่งหนี โดยมุ่งหน้าไปยังอาณาจักรของเทพโพเซดอน ผ่านป่าต้องห้าม โดยป่าต้องห้ามนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของสัตว์ประหลาดอันดุร้ายนานาชนิด ทำให้กลุ่มอัศวินไม่สามารถหนีออกจากป่าต้องห้ามนี้ได้ เทพโพเซดอนก็ได้ประทานของขวัญแก่เหล่าอัศวินผู้ทรยศเพื่อช่วยให้หนีออกจากป่าได้อีกครั้ง โดยสิ่งที่ประทานมาคือชุดเกราะศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถปกป้องจากเหล่าสัตว์ดุร้ายนี้ได้ แต่ก่อนที่จะออกจากป่านั้น พวกเขาก็ได้พบกับสัตว์ประหลาดที่อันตรายที่สุดเท่าที่เคยพบเจอมา


ด้วยที่มาของตำนาน จึงทำให้ในแชปเตอร์นี้ ake ake ได้ใช้แรงบันดาลใจของชุดเกราะนักรบอัศวินในยุคกลางของอังกฤษมาเป็นแรงบันดาลใจหลัก โดยนำมาตีความหมายใหม่และใส่ดีเทลของแบรนด์ที่ถูกออกแบบตามอาวุธของเทพโพเซดอน ซึ่งก็คือ คทาตรีสูรย์ของเทพโพเซดอนนั้นเอง หรือที่เรียกว่า “ไทรเดนต์ (Trident)” โดยใช้ไอคอนประจำแบรนด์ที่เรียกว่า  Fierce-de-lis มาสานรวมกันเป็นอาวุธประจำตัวของเทพโพเซดอนที่ทรงพลังและดูดุดันในแบบฉบับของ ake ake ซึ่งเราจะเห็นสัญลักษณ์นี้อยู่บนชิ้นงานของแชปเตอร์นี้ ในภาพจะเป็นสร้อยข้อมือชิ้นเด่นประจำแชปเตอร์ Armoury Bracelet ราคา 19,500 บาท  และแหวนชุดเกราะ Armoury Ring ใช้หลักการเคลื่อนไหวของเกราะสวมไหล่ให้สามารถยืดโค้งหรือหดได้ตามการงอของข้อนิ้ว ราคา 5,500 บาท และขนาด Oversized ราคา 6,500 บาท ในดีเทลของชุดเกราะ จะมีรูปคลื่นมหาสมุทร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเทพโพเซดอน เวลาใส่แล้วจะข้อต่อกลไกต่างๆจะขยันเคลื่อนไหวได้ เหมือนคลื่นแห่งมหาสมุทร มีความสวยงามและโดดเด่นมากครับ


ชิ้นต่อมาเป็นแหวน Poseidon Crown Ring ที่มีสัญลักษณ์ Trident เป็นดีเทล สามารถใส่ได้ 3แบบ คือใส่เข้ากับแหวน Collector Armoury Ring โดยให้แหวน Collector Armoury Ring เป็นฐานรอง (ราคา 1,900 บาท ผลิตเฉพาะช่วงเวลาที่วางขายแชปเตอร์ ไม่มีการผลิตอีก) สองใส่สองวงประกบกันโดยให้ด้านฐานของแหวนชนกัน สาม ใส่ประกบกันโดยให้ปลายมงกุฎเข้าหากัน จะได้เป็นแหวนดีไซน์ใหม่ที่เข้ากันพอดี และแหวน Poseidon Wave Ring แหวนที่ได้แรงบันดาลใจจากคลื่นโหมกระหน่ำในมหาสมุทร ลูกเล่นอยู่ที่เวลาใส่แหวนหลายวงต่อกันจะเห็นภาพเป็นคลื่นมหาสมุทรที่สวยงาม เป็นแหวนปลายเปิด ราคา 3,200 บาท มีสองขนาดคือ M และ L 


เซตต่างหู Armoury Trinity Earring set แน่นอนว่าต่างหูของ ake ake จะมาด้วยกัน 3 ชิ้น ได้แก่ มงกุฎเทพโพเซดอนตกแต่งด้วยคริสตัล โครงสัญลักษณ์ Fierce-de-lis และตรีสูรย์เทพโพเซดอน ราคา 2,000 บาท ส่วนแหวนหัวกะโหลก ผมชอบมากครับ เพราะว่าสามารถถอดเกราะส่วนหัวออกได้ เป็นดีเทลที่ชอบมาก ราคา 4,900 บาท


ake ake เป็นแบรนด์ที่ใส่เข้าชุดกันแล้วจะสวยมาก ต้องใส่ให้เยอะให้แน่น รับรองว่าโดดเด่นมากครับ ผมเลือกแหวนหัวกะโหลก ใส่กับแหวน Collector แหวนมงกุฎและปิดท้ายด้วยชิ้นเด็ด แหวนชุดเกราะชิ้นหลัก เรียกว่ามีครบทั้งตำนานบทที่ 9 เลยทีเดียว


นายแบบเปิดตัวแชปเตอร์ของ ake ake ต้องหุ่นล่ำและมีกล้ามเท่านั้น ใจจริงผมก็อยากจะถอดสู้นะครับ เกรงใจนายแบบครับ


บรรยากาศภายในงานวันนี้ เต็มไปด้วยลูกค้า VIP ที่รักการสะสมชิ้นของของ ake ake มารวมตัวกัน 


ซ้ายคุณซาร่า แบรนด์เมเนเจอร์ , นายแบบกำลังแสดงเครื่องประดับ , ขวามือ คุณเอก เจ้าของแบรนด์เครื่องประดับสุดหรู ake ake สร้อยคอที่คุณเอกใส่ก็ถือเป็นชิ้นเด่นในคอลเลกชั่นนี้ครับ ผลิตจากหนังแกะสีดำเป็นรูป Fierce-de-lis สายหนังแท้ ปรับระดับได้ ดีเทลบริเวณที่ปรับระดับงดงามมากครับ ใส่ใจทุกรายละเอียด


คุณพีทมาด้วยลุคแจ็คเก็ตสีดำ และเครื่องประดับเงินจากแบรนด์ ake ake สาวกของ ake ake นิยมใส่สีดำ เพราะว่าเป็นสีที่ช่วยให้เครื่องเงินโดดเด่นที่สุดเวลาประดับอยู่บนตัว


ภายในงาน ยังมีการมอบรางวัลให้กับแขกที่มาร่วมงานอีกด้วย โดยคุณแอลได้รับสร้อยคอเงินแท้ชุบแบล็คโรเดียมลิมิเต็ท


อาหารที่เสิร์ฟในงาน ได้แรงบันดาลใจจากอาหารแห่งท้องทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยการสร้างสรรค์ของเชฟคิมูระ อร่อยมากครับ


(จากซ้ายไปขวา) คุณฮ้อ คุณหนึ่ง คุณหลง คุณเอก และ Martinphu

 

พบกับแชปเตอร์ล่าสุด Poseidon’s Royal Armoury ชุดเกราะประทานจากเทพโพเซดอน อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ครับ ที่ร้าน ake ake ทุกสาขา  เป็นอีกแชปเตอร์ที่ผมเชื่อว่าทุกท่านต้องชอบแน่นอนครับ !!!

_____________________________

ake ake บูติก สาขาหลักสยามสแควร์ โทร. 02-115-1410
Instagram : @akeakethailand , #akeake

Jazz Funk Workshop by DC Toey : @ Cala Dance Studio



เมื่อพูดถึงการเต้นในยุคนี้ คงไม่มีอะไรจะฮิตไปกว่าการเต้นในสไตล์ Jazz Funk ซึ่งเป็นการเต้นที่ผสมผสานระหว่างพื้นฐานของการเต้น Jazz กับ Hiphop และ Street Dance ที่เน้นความหนักเบา ไดนามิกส์ ความพริ้วไหวตามทำนองเพลง เป็นการเต้นร่วมสมัยที่ได้รับความนิยมของนักเต้นทั่วโลก เพราะสามารถเต้นได้กับเพลงสนุกของ Beyonce , Nicki Minaj , David Guetta & Afrojack และอีกมากมาย


แน่นอนว่าการค้นหาครูสอนที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูง ย่อมเป็นประโยชน์กับผู้เรียนอย่างสูงสุดครับ และถือเป็นโอกาสดีที่ตอนนี้ Cala Dance Studio ให้เปิดคลาส Jazz Funk Workshop ที่สอนโดยครูเตย DC Toey (Panida Vesvichakanloha) ผู้มีดีกรีเป็นถึงแชมป์ประเทศไทยในการแข่งขัน Hiphop International Thailand 2014-2015 และยังเป็นตัวแทนของประเทศไปแข่งขันที่ลาสเวกัส ประเทศอเมริกา ไปจนถึงงานแข่งขัน World of Dance (WOD) ที่คว้าอันดับที่ 7 ของโลกมาได้ ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยที่มีนักเต้นเก่งๆ ไปสร้างชื่อเสียงระดับโลก


นอกจากนี้ ครูเตยยังเป็นผู้ออกแบบท่าเต้นให้กับศิลปินค่าย MONO เป็นแดนเซอร์ให้กับกระแต อาร์สยาม ใน MV เพลงยิ่งถูกทิ้งยิ่งต้องสวย เพลงสะบัด และล่าสุดใน  MV เพลงอกสั่นของออม บลูเบอร์รี่อีกด้วย ใครที่สนใจอยากพัฒนาตัวเองกับนักเต้นที่มีดีกรีระดับโลก และมีประสบการณ์ในการแข่งขันระดับนานาชาติ สามารถมาสมัครเรียนเต้นในคลาส  Jazz Funk Workshop ของครูเตย DC Toey ได้ที่ Cala Dance Studio ชั้น 8 Emporium Tower (ติด BTS พร้อมพงษ์) เดินทางสะดวกเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าแล้วเดินถึงสตูดิโอเลยครับ โดยคลาสจะเปิดในเดือนมิถุนายน และ กรกฎาคม นี้


ค่าเรียนอยู่ที่ 2,900 บาทเท่านั้น !!! คลาสแบ่งเป็น 4 ครั้ง/ครั้งละ  90 นาที โดยสอนคลาสละไม่เกิน 12 คน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียน สอนเป็นเพลงในแต่ละ Workshop เรียนแล้วเต้นเป็น เต้นได้ถูกต้อง สนุกสนาน พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ๆกับนักเต้นอาชีพ สำหรับนักเรียนใหม่ มีค่าแรกเข้า 1,000 บาท (จ่ายครั้งแรกครั้งเดียว) เวลาเรียน ณ ปัจจุบัน มีคลาสวันจันทร์ 17.30 - 19.00 น. วันพฤหัสบดี 10.30 - 12.00 น.และวันเสาร์ 12.00 - 13.30 น.  ใครสนใจ ติดต่อสอบถามและจองเวลาเรียนได้ที่ Cala Dance Studio โทร. 02-644-8985