แฟลกชิปแห่งใหม่ อาณาจักรเครื่องเงินแบรนด์ ake ake ณ สยามเซ็นเตอร์ชั้น 3



เสน่ห์ของเครื่องเงิน คือ “สิ่งล้ำค่าที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น” ผ่านกระบวนการผลิตหลากหลายขั้นตอนกว่าจะกลายเป็นชิ้นงานที่โดดเด่น จนมีผู้ที่หลงใหลหยิบขึ้นมาใส่เป็นเครื่องประดับประจำตัว ด้วยแรงบันดาลใจจากศิลปะของอังกฤษในยุคกลาง ก่อกำเนิดแบรนด์เครื่องเงินที่มีชื่อว่า ake ake (เอก เอก) อันแปลว่า “ผู้เป็นหนึ่ง” สะท้อนถึงความเป็นที่สุดแห่งแบรนด์เครื่องเงินสุดหรู ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นยุคเมดิวัล (Medieval Period) ที่จะเห็นได้จากแฟลกชิปแห่งใหม่ล่าสุด ณ ชั้น 3 สยามเซ็นเตอร์


เมื่อหยุดมองผ่านกระจกหน้าร้าน เราจะเห็นการจัดแสดงเครื่องเงินในตำนานบทล่าสุดจัดแสดงไว้ที่ดีสเพลย์หน้าร้าน การตกแต่งในสไตล์ของโบสถ์ (Chapel) ในยุคกลาง โต๊ะกระจกตรงกลางที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางและแรงบันดาลใจในการออกแบบ แชนเดอเลียร์สีดำที่โดดเด่น แต่เทียนทุกเล่มกลับกลายเป็นสีชมพูสด หุ่นชุดเกราะนักรบในสมัยโบราณตั้งเด่นอยู่กลางร้าน ตู้ไม้จัดแสดงเครื่องเงินที่ถูกออกแบบตามศิลปะในยุคกลาง โต๊ะช่างเครื่องเงินพร้อมเก้าอี้ประทับตราสัญลักษณ์ ชั้นวางแขวนเหมือนหีบสมัยโบราณในการจัดแขวนเสื้อผ้าถูกจัดวางไว้มุมหนึ่ง กลิ่นหอมและบรรยากาศ ทำให้เราเหมือนหลุดเข้ามาอยู่ในร้านเครื่องเงินสมัยยุคกลางไม่มีผิด


ฝาหนังสองข้างประดับด้วยภาพถ่ายและผ้าปักชวนในค้นหาปริศนาแห่งความเชื่อมโยงอะไรสักอย่าง นี่คือฐานทัพแห่งใหม่ของแบรนด์ ake ake ที่มาพร้อมกับการเปิดตัวตำนานบทที่ 11 มีชื่อว่า The Forbiddent Forest Part II : Escape (ป่าต้องห้าม ตอนที่ 2  : ต้องรอด) ชิ้นงานที่ได้แรงบันดาลใจจากเถาวัลย์ในป่าต้องห้าม


ตามตำนานของเรื่องเล่าที่ว่า “หลังจากเหล่าอัศวินผู้ทรยศได้หลบหนีออกมาจากเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ของเทพอธีนา โดยมุ่งหน้าไปยังดินแดนของเทพโพเซดอนเพื่อขอความช่วยเหลือ ผ่านทางป่าต้องห้ามนั้น ไม่เพียงพวกเขาต้องเผชิญหน้าด้วยอาวุธและชุดเกราะที่ได้รับมาจากเทพโพเซดอน กับสัตว์ประหลาดที่ดุร้ายที่สุดอย่างพญาผีเสื้อผู้เหี้ยมโหด (The Fierce Butterfly) ที่ปกครองป่าต้องห้ามอยู่เท่านั้น แต่พวกเขาต้องเอาตัวรอดจากเหล่าเถาวัลย์พิษและต้นไม้ที่โหดร้ายในป่านั้นอีกด้วย เถาวัลย์พิษและพันธุ์ไม้ที่โหดร้ายเหล่านั้นคร่าชีวิตมนุษย์ผู้หลงเข้ามาแล้วเป็นอันมาก ด้วยลวดลายและกลิ่นหอมที่ล่อลวงให้ผู้เคราะห์ร้ายติดอยู่ในป่านิรันดร์ แต่สุดท้ายแล้ว เหล่าผู้ทรยศเทพอธีนา ก็สามารถฟันฝ่าออกจากป่าต้องห้ามได้ และมุ่งหน้าไปยังดินแดนมหาสมุทรของเทพโพเซดอน โดยไม่รู้ตัวว่า กองทัพผู้พิทักษ์อันบริสุทธิ์ของเทพอธีนาก็ได้สะกดรอยตามพวกเขาอย่างกระชั้นชิด


ชิ้นงานที่โดดเด่นที่สุดในบทนี้คือ แหวน Fierce Vine Open Back (4,290 บาท) ที่ได้แรงบันดาลใจจากลวดลายเกี่ยวพันของเถาวัลย์ รูปแบบของต้นไม้ในยุคกลางที่สามารถเห็นได้จากศิลปะการดัดโลหะในยุคศตวรรษที่ 15 และ 16



ลักษณะของใบไม้ที่ได้มาจากภาพปักต้นไม้แห่งชีวิต ที่เป็นการปักผ้าด้วยมือสำหรับประดับฝาผนังที่ Merton Abbey เมือง Surrey ประเทศอังกฤษ แหวนสองนิ้วลายพญาเถาวัลย์ใหญ่ไขว้ (5,500 บาท) ก็ถือเป็นอีกชิ้นเด่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตำนานบทนี้


แหวนพญาเถาวัลย์ที่โดดเด่นด้วยลวดลายชัดเจน (4,900 บาท) มีความพิเศษที่สามารถหมุนได้รอบด้าน เหมือนเถาวัลย์ที่กำลังพันอยู่บนปลายนิ้ว แหวนคอลเลคเตอร์ประจำแชปเตอร์ เป็นเถาวัลย์เล็กที่มีความละเอียด มีความระยิบระยับเมื่อแสงไฟมาตกกระทบตัดกับเหลี่ยมมุมของแหวนได้เป็นอย่างดี (1,900 บาท)


อีกหนึ่งงานดีไซน์ที่ทุกคนรอคอย คือ สร้อยคอเงิน (19,900 บาท)  และสร้อยข้อมือ (6,500 บาท) ที่สามารถใส่ได้ง่ายในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังสามารถห้อยชาร์มประดับเพิ่มเติมได้


ชาร์มเงินแท้ (1,100 บาท) แกะลายสัญลักษณ์ต่างๆ ของ ake ake สามารถนำไปใส่เพิ่มในสร้อยคอและสร้อยข้อมือในแชปเตอร์ล่าสุดได้อย่างลงตัว


เซตต่างหูก็ยังได้รับความนิยมตลอดกาล (2,000 บาท) โดยมีทั้งประดับพลอยที่มีหนามเตยที่เล็กลง ช่วยให้ความเปร่งประกายในความงามของพลอยโดดเด่นขึ้น สัญลักษณ์เถาวัลย์ไขว้ก็ถูกย่อส่วนมาให้ใส่เป็นต่างหูได้เช่นกัน


Fierce-de-lis Faux Leather Tote Bag (2,900 บาท) มีให้เลือกถึง 2 ลาย คือลาย  Fierce-de-lis (ซ้าย) อันเป็นตราสัญลักษณ์ของแบรนด์ และ Trio Motifs (ขวา) พิเศษเมื่อซื้อสินค้าครบ 3,000 บาท ก็สามารถรับกระเป๋าใบนี้ไปครอบครองได้เลย สงวนสิทธิ์ 1 ใบต่อหนึ่งบิลต่อหนึ่งท่าน จนกว่าสินค้าจะหมด


เมื่อเราได้ดื่มด่ำกับความงดงามของเครื่องเงินที่จัดแสดงไว้ ผนังประตูลับก็ถูกเปิด ห้องลับที่ซ่อนอยู่ข้างใน พร้อมโซฟาหนังเครื่องถ้วยชามอันหรูหรา ขนมมาการองสูตรพิเศษและชาชั้นดีได้ถูกจัดวางไว้อย่างดี พร้อมกับถาดหนังสีดำ ที่เต็มไปด้วยเครื่องเงินในตำนานบทล่าสุด 


ให้ผู้ที่ได้รับสิทธิ์พิเศษเท่านั้นได้ดื่มด่ำกับการเลือกซื้อเครื่องเงินชั้นเลิศอย่างเป็นส่วนตัว ภายในห้องยังมีคอลเลกชั่นลับจัดแสดงไว้อีกด้วย เพียงไม่นานก็จะได้รับถุงสีดำประดับริบบิ้นสีชมพูพร้อมเข็มกลัดประดับตามแบบฉบับของแบรนด์

 

ภายในล้วนเต็มไปด้วยเครื่องเงินจากช่างฝีมือชั้นหนึ่ง เทคนิคการผลิตด้วยมือทุกขั้นตอน แบรนด์ ake ake  ถือเป็นแบรนด์เครื่องเงินชั้นสูงที่ประสบความสำเร็จสูงสุด เป็นที่ยอมรับจากผู้คนทั้งในและต่างประเทศ สินค้ามีวางจำหน่ายในดูไบ ญี่ปุ่น ไต้หวัน และมาเลเซีย เป็นที่ยอมรับในงานเครื่องเงินคุณภาพ ผลงาน hand made ที่ใช้เวลาหลายร้อยชั่วโมงในการผลิตสินค้าแต่ละแชปเตอร์ด้วยหลักการ 4s

Silver ความใส่ใจในการผลิตเครื่องเงินชั้นสูงในทุกขั้นตอนด้วยมือ เครื่องเงินที่ได้จะต้องดีในระดับชั้นเลิศเท่านั้นก่อนวางจำหน่าย  

Spirit แรงบันดาลใจจากศิลปะยุคกลาง เรื่องราวที่มาที่ไปของงานดีไซน์แต่ละแชปเตอร์ที่เป็นตำนาน ความเป็นออริจินัลในงานดีไซน์ จิตวิญญาณของช่างทำเครื่องเงินที่ถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานที่ล้ำค่า

Service การบริการชั้นเลิศที่มอบให้กับลูกค้า การรับประกันเครื่องเงินตลอดอายุการใช้งาน บริการขัดเครื่องเงิน Silver Spa ที่สามารถรอรับได้เลยทันที ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม  ห้องลับ VIP สำหรับดูแลลูกค้าคนพิเศษของแบรนด์

Standard มาตรฐานอันเป็นที่ยอมรับในทุกมิติ จนกลายเป็นแบรนด์ไทยที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าระดับ Hi-end  การใส่ใจในทุกรายละเอียดของแบรนด์ เนื้อเงินคุณภาพด้วยเงินแท้ 92.5 ทุกชิ้น แพคเกจสินค้าในระดับ Luxury ใบรับประกัน ผ้าเช็ดเครื่องเงิน ที่จะมีมาพร้อมกับสินค้าทุกชิ้นของแบรนด์

และนี่คือ ความลับของร้านแฟลกชิปแห่งนี้.......

___________________________________

ake ake สยามเซ็นเตอร์ ชั้น 3 โทร.  02-251-4992

FB : akeakethailand
Instagram : @akeakethailand
Line : @akeakesiamcenter