แสนสิริ "อาร์ทิซาน คอลเลกชั่น" เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี !!!



กว่า 30 ปีของการก่อตั้งแสนสิริ ผมเชื่อว่าทุกคนจะสัมผัสได้ว่า "แสนสิริ" ไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นแบรนด์ที่เต็มไปด้วยสุนทรียภาพแห่งการใช้ชีวิตให้แก่สมาชิกในครอบครัว ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสติดตามผลงานต่างๆทั้งโครงการใหม่ๆ ไปจนถึงคอลเลกชั่นพิเศษที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองการอยู่อาศัยอย่างมีระดับด้วยปรัชญาที่ลึกซึ้ง จนมาถึงคอลเลกชั่นล่าสุดฉลองครบ 30 ปี จึงเกิดเป็นคอลเลกชั่น Sansiri Artisan Collcetion (แสนสิริ อาร์ทิซาน คอลเลกชั่น) ที่บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางแห่งศิลปะวัฒนธรรม พร้อมสร้างสรรค์มุมมองใหม่ สู่ไลฟ์สไตล์ไอเทมส์สุดพิเศษ

ของชิ้นแรกที่ผมจะแนะนำคือ ลำโพงไม้จามจุรี  แรงบันดาลใจของการออกแบบได้มาจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงในสมัยโบราณ นำไม้จามจุรี ซึ่งเป็นไม้ประจำจังหวัดลำพูน มีลักษณะเป็นไม้เนื้ออ่อน มีลวดลายตามธรรมชาติที่สวยงาม น้ำหนักเบา นำมากลึงโดยช่างไม้ภาคเหนือ ให้เป็นรูปทรงเรขาคณิต ผสานเทคโนโลยีเครื่องเสียงไร้สายจากแบรนด์ Nakamichi (นากามิชิ) พร้อมเติมเต็มความสนุกให้เสียงดนตรีที่สามารถพกพาไปได้ทุกการเดินทาง ราคา 3,900 บาท


ของชิ้นที่สองถือเป็นไอเท็มส์ยอดนิยมที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก หลังจากที่ผมโพสภาพลงในอินสตาแกรม นั่นก็คือ แบตเตอรี่สำรอง ผิวไม้สักสำหรับโทรศัพท์มือถือ แน่นอนว่าไม้สักถือเป็นไม้ราคาแพงที่บ่งบอกถึงความสวยงามและความหรูหราเป็นอย่างดี ผิวไม้เกิดจากการพัฒนาความหลากหลายทางการใช้งานไม้ของภาคเหนือ ด้วยกรรมวิธีฝานไม้เป็นแผ่นบางๆ เพื่อนำไปอบและรีด แรงบันดาลใจที่ได้ในการออกแบบมาจากความงดงามของผิวไม้ธรรมชาติ ที่ผสมผสานกับเทคโนโลยีล่าสุดของแบตเตอรี่สำรองที่ทุกคนต้องพกติดตัว เหมาะกับชีวิตโมเดิร์น ด้วยสายหนัง ที่เพิ่มความสะดวกสบายในการเก็บอุปกรณ์อีกทั้งยังให้ความรู้สึกที่หรูหรา ลงตัว ขนาดความจุของแบตเตอรี่ 2,800 mAh ราคา 1,500 บาท


ชิ้นที่สามเป็น หมอนสามเหลี่ยมจากผ้าทออีสาน หมอนสามเหลี่ยมถือเป็นของใช้ประจำบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวอีสาน โดยเด่นด้วยผ้าทอฝีมือกลุ่มชาวบ้านที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณ จึงนำมาสร้างสรรค์ในมุมมองใหม่ ให้กับชีวิตคนเมืองโดยนำผ้าทอไทย มาผสมผสานกับผ้าซันเบลล่า  (Sunbrella) ที่ยังคงไว้ซึ่งความงดงามและประณีตของการทอผ้า บนรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ น้ำหนักเบา แห้งเร็ว ใช้งานได้ทั้งที่บ้านและการเดินทาง อีกทั้งยังสามารถกางออกมาเป็นที่นอนไว้สำหรับนอนพักผ่อน และเก็บเข้าสู่รูปทรงเดิม มาพร้อมสายหนังที่สร้างความหรูหราและสะดวกในการพกพา ราคา 5,300 บาท


ชิ้นที่สี่เป็น ชุดกาแฟไม้จามจุรีและพอร์ซเลน ถือเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างพอร์ซเลน เซรามิกเนื้อสีขาวคุณภาพดีภายใต้แบรนด์ Patra (ภัทรา) ในรูปทรงที่ทันสมัย ออกแบบมาเพื่อผสมผสานลวดลายธรรมชาติของไม้จามจุรี พร้อมเติมเต็มเสน่ห์แบบไทยๆให้กับเครื่องดื่มและของว่างที่เตรียมเสิร์ฟ  ราคา 3,900 บาท


ชิ้นที่ห้าเป็น กระเป๋าชายหาด เตยปาหนัน  เตยปาหนัน หรือใบเตยทะเล เป็นพืชที่ขึ้นตามชายฝั่งทะเลภาคใต้ ด้วยคุณสมบัติของเส้นใบที่มีความอ่อนนุ่ม และสามารถย้อมสีได้สวยงาม ช่างฝีมือจึงนิยมนำมาสานเป็นงานหัตถกรรม เช่น เสื่อ และภาชนะใช้สอยต่างๆ แรงบันดาลใจผลงานมาจาก การนำเตยปาหนันมาสานเป็นแผ่นก่อนจะขึ้นรูปเป็นทรงกระบอกโมเดิร์น เพิ่มดีเทลด้วยหนังธรรมชาติ และอะไลห่สีทองเหลือง มีน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับทุกการเดินทาง ราคา 5,300 บาท


ชิ้นที่หกและเจ็ดเป็น ถังแช่ไวน์พิวเตอร์และจุกปิดไวน์พิวเตอร์  พิวเตอร์ (Pewter) หรือที่เรียกกันว่าเครื่องเงินแอนทีค เป็นโลหะผสมระหว่างดีบุกและทองแดง นิยมใช้ในราชวงศ์ชั้นสูงของยุโรปตั้งแต่สมัยโบราณ เพื่อแสดงถึงฐานะและเป็นของสะสมที่มีคุณค่าของตระกูลต่างๆ ด้วยลักษณะที่มันวาว ไม่มีสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย พิวเตอร์จึงถือเป็นภาชนะบรรจุอาหารและเครื่องดื่มชั้นดี แรงบันดาลใจในการออกแบบได้ดึงเอาพิวเตอร์ ซึ่งมีความทนทานและผิวสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ โดยการขึ้นรูปจากช่างฝีมือท้องถิ่น พร้อมเพิ่มรายละเอียดด้วยสายหนังแท้ที่เย็บอย่างละเอียดประณีต ราคา 4,900 บาท ส่วนจุกไวน์พิวเตอร์ จำหน่ายใน ราคา 600 บาท

video

หลังจากที่ได้อ่านเรื่องราวของ อาร์ทิซาน คอลเลกชั่น ผมอยากให้ได้ลองชมคลิปแรงบันดาลใจของผลงานการออกแบบ ที่แสนสิริได้เลือกสนับสนุนทรัพยากรและฝีมือของช่างท้องถิ่นไทย โดยเลือกความโดดเด่นของทรัพยากรในแต่ละภูมิภาค เสน่ห์ของงานฝีมือที่ประณีต บรรจงทุกขึ้นตอนจากฝีมือ ในแบบชิ้นต่อชิ้น จึงถือเป็นจุดขายและสร้างคุณค่าให้กับผลงานได้อย่างมหาศาล ทำให้เกิดเป็นสินค้าระดับไฮเอนด์ ที่มีเสน่ห์ของความเป็นไทยในสายตาของนักออกแบบระดับสากล นับเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจในผลงานของคนไทย ที่แสนสิริได้สร้างสรรค์คอลเลกชั่นเพื่อฉลองครบรอบ 30 ปี 

คุณผู้อ่านที่สนใจสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ แสนสิริเลาจน์ สาขาสยามพารากอน และที่ภูเก็ต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และในปลายเดือนมีนาคมพบกับ  Pop-Up Store ที่ The Shop @TCDC ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรี่ยม , The Selected สยามเซ็นเตอร์ และ Casa Lapin สาขาอารีย์  และเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sansiri.com/sansiricollection คอลเลกชั่นที่น่าสะสมที่สุด เหมาะสำหรับความสุนทรีย์ของชีวิต และเข้ากับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่อย่างแท้จริง...